การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL)

 

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL) เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมทั้งร่างกาย สติปัญญา สังคม และอารมณ์ ยึดกลุ่มเป็นแหล่งเรียนรู

 

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL)

 

 ปิยวรรณ  ลอดทอง  ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านดู่

 

ทิศนา แขมมณี (2545 : 14) กล่าวว่า การเรียนการสอนแบบซิปปา เป็นรูปแบบของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความสนใจและมีนักการศึกษาให้คำจำกัดความของการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา ซึ่งมีความหมายตามตัวอักษร  คือ

                        C หมายถึง Construct คือการให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง โดยกระบวนการแสวงหาข้อมูล ทำความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ ตีความ แปลความ สร้างความหมาย สังเคราะห์ข้อมูลและสรุปข้อความ

                         I  หมายถึง Interaction คือ การให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน เรียนรู้จากกันแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดและประสบการณ์แก่กันและกัน

                         P  หมายถึง Participation คือการให้ผู้เรียนมีบทบาท มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากที่สุด

                         P หมายถึง Process หรือ Product คือการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการควบคู่ไปกับผลงาน ข้อความที่สรุปได้

                          A หมายถึง Application คือการให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

กระบวนการเรียนการสอนของรูปแบบซิปปา (CIPPA MODEL)

                     ซิปปา (CIPPA) เป็นหลักการซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียน การจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลัก “CIPPA” สามารถใช้วิธีการและกระบวนการที่หลากหลาย ซึ่งอาจจัดเป็นแบบแผนได้หลายรูปแบบ

                       ทิศนา แขมมณี (2548 : 281 - 282) ได้เสนอกระบวนการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบของซิปปา ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการดำเนินการ 7 ขั้นตอน ดังนี้

                                ขั้นที่ 1 การทบทวนความรู้เดิม

                                     ขั้นนี้เป็นการดึงความรู้ของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ซึ่งผู้สอนอาจใช้วิธีการต่าง ๆได้อย่างหลากหลาย

                                ขั้นที่ 2 การแสวงหาความรู้ใหม่

                                    ขั้นนี้เป็นการแสวงหาข้อมูลความรู้ใหม่ที่ผู้เรียนยังไม่มีจากแหล่งข้อมูลหรือแหล่งความรู้ต่าง ๆ ซึ่งครูอาจเตรียมมาให้ผู้เรียนหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆเพื่อให้ผู้เรียนไปแสวงหาก็ได้

                                ขั้นที่ 3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

                                    ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูล/ความรู้ที่หามาได้ผู้เรียนจะต้องสร้างความหมายของข้อมูล/ประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ ด้วยตนเอง  เช่น ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มในการอภิปรายและสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลนั้น ๆ ซึ่งอาจจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม

                                ขั้นที่ 4  การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม

                                     ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตน รวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจของตนแก่ผู้อื่น และได้รับประโยชน์จากความรู้ความเข้าใจของผู้อื่นไปพร้อม ๆ กัน

                                ขั้นที่ 5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้

                                     ขั้นนี้เป็นขั้นการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งความรู้เดิมและความรู้ใหม่ และจัดสิ่งที่เรียนให้มีระบบระเบียบ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย

                                ขั้นที่ 6 การปฏิบัติ และ/หรือการแสดงผลงาน

                                     หากข้อความรู้ได้เรียนรู้มาไม่มีการปฏิบัติ ขั้นนี้เป็นขั้นที่ช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนให้ผู้อื่นรับรู้ เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้ตอกย้ำหรือตรวจสอบความเข้าใจของตนและช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่หากต้อง

มีการปฏิบัติตามข้อความรู้ที่ได้ ขั้นนี้จะเป็นขั้นปฏิบัติ และมีการแสดงผลงานที่ได้ปฏิบัติด้วย

                                ขั้นที่ 7 การประยุกต์ใช้ความรู้

 

ตัวอย่างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA  MODEL)

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์                                                                                                      ชั้นประถมศึกษาปีที่   6

หน่วยการเรียนรู้  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ                                                                           เวลา   15  ชั่วโมง

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่  1  เรื่อง  สมการและสมการที่เป็นจริง                                            เวลา   1   ชั่วโมง

สอนวันที่..............    เดือน..................................................      พ.ศ.  ..................

มาตรฐานการเรียนรู้

                ค 4.2    ใช้นิพจน์  สมการ  อสมการ  และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical  model) อื่นๆ แทนสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหา

                ตัวชี้วัด  ป.6/1   เขียนสมการจากสถานการณ์หรือปัญหา และแก้สมการพร้อมทั้งตรวจคำตอบ

                ค 6.1    มีความสามารถในการแก้ปัญหา  การให้เหตุผล  การสื่อสาร  การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์  และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

                ตัวชี้วัด  ป.6/3  ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม

                ตัวชี้วัด  ป.6/4  ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

สาระสำคัญ

                1. ประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย   =  เรียกว่า  สมการ

                2.  สมการที่เป็นจริง  หมายถึง  สมการที่จำนวนที่อยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย  =   กับจำนวนที่อยู่ทางขวาเท่ากัน

                3.  สมการที่เป็นเท็จ  หมายถึง  สมการที่จำนวนที่อยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย  =   กับจำนวนที่อยู่ทางขวาไม่เท่ากัน

จุดประสงค์การเรียนรู้

                1.  ด้านความรู้

                                1.1   เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก  การลบ  การคูณ  หรือการหารให้สามารถบอกได้ว่าเป็นสมการหรือไม่เป็นสมการ

                                1.2   เมื่อกำหนดสมการให้ สามารถบอกได้ว่าเป็นสมการที่เป็นจริงหรือเป็นเท็จ               

               2.   ด้านทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

                                2.1   ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอเกี่ยวกับการเขียนสมการและสมการที่เป็นจริงได้อย่างถูกต้อง

                3.  ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์

                                3.1  ซื่อสัตย์สุจริต

                                3.2  มีวินัย

                                3.3  ใฝ่เรียนรู้

                                3.4  มุ่งมั่นในการทำงาน

 

สาระการเรียนรู้

                สมการและสมการที่เป็นจริง

 

กิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA  MODEL)

                ขั้นที่  1   ทบทวนความรู้เดิม

                1.   นักเรียนทบทวนประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย   =   ¹     >   <    โดยให้นักเรียนทุกคนเขียนประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย  =   ¹     >   <     บนกระดาน

                ขั้นที่   2   การแสวงหาความรู้ใหม่

                2.   ครูแจกแบบฝึกทักษะการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  ชุดที่  1  สมการและสมการที่เป็นจริง ให้กับนักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้  เรื่อง  สมการและสมการที่เป็นจริง

                ขั้นที่  3  การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

                3.   เมื่อนักเรียนได้ศึกษาใบความรู้แล้ว  ครูอธิบาย แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมการว่า  ประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย   =  เรียกว่า  สมการ   แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบว่าประโยคสัญลักษณ์ที่นักเรียนเขียนบนกระดานประโยคสัญลักษณ์ใดบ้างเป็นสมการ  โดยครูคอยแนะนำ

                4.   ครูติดแถบประโยคสัญลักษณ์ให้นักเรียนพิจารณาดังนี้

                        (1)    25  ¸   5   =  5             (2)   27  =  9  ´  3                (3)     5 ´  10   =   5  +  10

                                ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบคำถามดังนี้

                                -   แถบประโยคสัญลักษณ์ที่  1      ผลหารของ    25   ÷  5   ได้เท่ากับเท่าไร  (27)

                                -   แถบประโยคสัญลักษณ์ที่   2     ผลคูณของ       9  ×  3    ได้เท่ากับเท่าไร  (27)

                                -   แถบประโยคสัญลักษณ์ที่   3     ผลคูณของ       5  ×  10   ได้เท่ากับเท่าไร  (50)

                                                                                              ผลบวกของ     5  +   10   ได้เท่ากับเท่าไร  (15)

-  สมการจากแถบประโยคสัญลักษณ์ใดที่ผลลัพธ์ทางซ้ายของเครื่องหมาย  =

                กับจำนวนที่อยู่ทางขวาเท่ากัน  และเรียกว่าอย่างไร

                                (แถบประโยคสัญลักษณ์ที่ 1 และแถบประโยคสัญลักษณ์ที่ 2  และเรียกว่าสมการที่เป็นจริง)

-  สมการจากแถบประโยคสัญลักษณ์ใดที่ผลลัพธ์ทางซ้ายของเครื่องหมาย  = 

                กับจำนวนที่อยู่ทางขวาไม่เท่ากันและเรียกว่าอย่างไร 

                                (แถบประโยคสัญลักษณ์ที่  3  และเรียกว่าสมการที่เป็นเท็จ )

                5.  นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่  1.1

                6.  ครูและนักเรียนร่วมกันประเมินแบบฝึกทักษะที่   1.1

                ขั้นที่  4   การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม

                 7.  ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6  กลุ่ม  กลุ่มที่  1  และกลุ่มที่ 2  จำนวนกลุ่มละ  3  คน  กลุ่มที่  3 กลุ่มที่  4  กลุ่มที่  5  กลุ่มที่  6  จำนวนกลุ่มละ 3  คน  สมาชิกในกลุ่มประกอบด้วยนักเรียนที่จัดอยู่ในกลุ่มเก่ง  ปานกลาง  และนักเรียนในกลุ่มอ่อน  ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดภายในกลุ่มเขียนสมการกลุ่มละ 6 สมการ            

                8.  นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนเขียนสมการบนกระดานแล้วนำเสนอโดยมีครูและเพื่อนกลุ่มอื่นร่วมแสดงความคิดเห็นและตรวจผลงาน

                ขั้นที่  5  การสรุปและจัดระเบียบความรู้

9.   ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ สมการและสมการที่เป็นจริงว่า 

                           สมการ คือประโยคสัญลักษณ์ที่มีเครื่องหมาย   =    

                           สมการที่เป็นจริง  หมายถึง  สมการที่จำนวนที่อยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย  =   กับจำนวน                ที่อยู่ทางขวาเท่ากัน   

                           สมการที่เป็นเท็จ  หมายถึง  สมการที่จำนวนที่อยู่ทางซ้ายของเครื่องหมาย  =   กับจำนวน                ที่อยู่

                10.  นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาโดยสร้างแผนผังมโนมติ(Concept  Mapping)  ลงในแบบฝึกทักษะที่  1.2 โดยบันทึกเป็นรายบุคคล

                11.  นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอข้อสรุปความรู้จากแผนผังมโนมติ(Concept  Mapping)  เกี่ยวกับ สมการและสมการที่เป็นจริง  โดยมีครูและเพื่อนกลุ่มอื่นร่วมประเมินและแสดงความคิดเห็น

                12.    ครูติดแผนภูมิเพลง สมการ   ครูและนักเรียนร่วมกันร้องเพลงและแสดงท่าทางประกอบ

 

เพลง สมการ

                                                                                                            เนื้อร้อง  ปิยวรรณ   ลอดทอง

                                                                                                            ทำนองเพลง   อยู่ไหน

 

                สมการอยู่ไหน       จะต้องไปหา                          ไม่ยากเลยหนารู้จักหรือยัง

     เครื่องหมายเท่ากับ(=) ไม่ลืมนะฟัง                                รู้หรือยังสมการต้องมีกัน(ซ้ำ)

                                                               

        ขั้นที่  6   การปฏิบัติและ/หรือแสดงผลงาน

                13.   นักเรียนทุกคนทำแบบฝึกทักษะที่  1.3  

                14.   ครูและนักเรียนร่วมกันประเมินแบบฝึกทักษะที่   1.3

                ขั้นที่  7   การประยุกต์ใช้ความรู้

                15.    ให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับเกี่ยวกับสมการและสมการที่เป็นจริงเขียนสมการที่เป็นจริงและสมการที่เป็นเท็จลงแบบฝึกทักษะที่  1.4

                16.    ครูและนักเรียนร่วมกันประเมินแบบฝึกทักษะที่   1.4

                17.    นักเรียนทำกิจกรรมแบบทดสอบย่อยชุดที่  1  

สื่อ/แหล่งเรียนรู้

                1.   แถบประโยคสัญลักษณ์

                2.   แผนภูมิเพลง สมการ

                3.   แบบฝึกทักษะการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง  สมการและการแก้สมการ  ชุดที่  1  สมการและสมการที่เป็นจริง  ซึ่งประกอบด้วยใบความรู้ เรื่อง  สมการและสมการที่เป็นจริง  แบบฝึกทักษะที่ 1.1,1.2,1.3 และ 1.4   แบบทดสอบย่อยที่  1 

 

การวัดผลประเมินผล

                สิ่งที่ต้องการวัด

วิธีการวัด

เครื่องมือวัด

เกณฑ์

1.  เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก  การลบ  การคูณ  หรือการหารให้สามารถบอกได้ว่าเป็นสมการหรือไม่เป็นสมการ

2.   เมื่อกำหนดสมการให้ สามารถบอกได้ว่าเป็นสมการที่เป็นจริงหรือเป็นเท็จ

-  ทดสอบ

-  ตรวจแบบฝึกทักษะที่  1.1,1.2  และ 1.3

-  แบบทดสอบ

-  แบบฝึกทักษะที่  1.1,1.2 และ 1.3

-ได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไปจึงจะผ่าน

 

3.  ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอเกี่ยวกับการเขียนสมการและสมการที่เป็นจริงได้อย่างถูกต้อง

-  ตรวจแบบฝึกทักษะที่ 1.4

-  แบบฝึกทักษะที่  1.4

-ได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไปจึงจะผ่าน

 

4.  ซื่อสัตย์สุจริต  มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน

- สังเกตการทำงาน  และการตอบคำถาม

แบบสังเกตพฤติกรรม

-  ได้ผลการประเมินระดับ พอใช้ ขึ้นไปจึง

จะผ่าน 

 

เอกสารอ้างอิง

ทิศนา  แขมณี. รูปแบบการเรียนการสอน : ทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์

                 มหาวิทยาลัย, 2548.

ทิศนา  แขมณี. ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.กรุงเทพฯ  :

                สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.

 

 
ส่งข่าวโดย : บ้านดู่  เมื่อวันที่ : 01 สิงหาคม 2556 10.56 น. เปิดอ่าน: 9297 ครั้ง ไอพี:: 122.155.44.91 [ปิดหน้าต่าง]
Comments with Facebook
5 ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกัน
ปฎิรูปการศึกษา [22 กันยายน 2557 11.19 น.][อ่าน 4 ครั้ง]
แสดงผลงานทางวิชาการต่อสาธารณชน [18 กันยายน 2557 20.59 น.][อ่าน 15 ครั้ง]
เอกสารจัดซื้อ [18 กันยายน 2557 08.58 น.][อ่าน 20 ครั้ง]
รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องสถิติและความน่าจะเป็นเบื้องต้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 [12 กันยายน 2557 02.40 น.][อ่าน 33 ครั้ง]
การพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงระบบเพื่อพัฒนาการสอนคิดของครูผู้สอนโรงเรียน บ้านหนองแดงสหมิตร ตำบลหนองแด [11 กันยายน 2557 14.46 น.][อ่าน 20 ครั้ง]
เครือข่ายประชาสัมพันธ์@พัฒนาโดย sumphan@nongkhai2.moe.go.th