การวิจัยในชั้นเรียน

 

การจัดทาวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการบวกลบจานวนเต็มที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดบางน้าผึ้งใน

 


การพัฒนาทักษะการบวกลบจำนวนเต็มที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน  จังหวัดสมุทรปราการ

ผู้วิจัย  นายสุรัตน์   วงศ์เนียม     ข้าราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน

 

บทคัดย่อภาษาไทย

                การวิจัยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ       1)  เพื่อเปรียบเทียบทักษะการบวกลบจำนวนเต็ม     ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการบวกลบจำนวนเต็มหลังเรียนกับเกณฑ์ที่กำหนดให้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

                                กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 จำนวน 20 คน           ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556   ในโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน  เรื่องการบวกลบจำนวนเต็มที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ   แบบทดสอบวัดทักษะการบวกลบจำนวนเต็ม และการวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน  และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสังเกต   นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหา รายงานผลการวิจัยลักษณะบรรยาย

                ผลการวิจัยสรุปว่า นักเรียนที่รับการพัฒนาทักษะการบวกลบจำนวนเต็มที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีการพัฒนาทักษะการบวกลบจำนวนเต็ม     ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย    ()  เท่ากับ  6.55   คิดเป็นร้อยละ  32.75   นักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดคือ  10  คะแนน  นักเรียนที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ  3   คะแนน   และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย ()  เท่ากับ  16.40  คิดเป็นร้อยละ 82.00   นักเรียน ที่ได้คะแนนสูงสุดคือ  19  คะแนน   นักเรียนที่ได้คะแนนต่ำที่สุดคือ 12  คะแนน  มีนักเรียนที่ทำได้เกิน 60% จำนวน  20 คน  ก่อนเรียนมีคนผ่านเกณฑ์จำนวน  0  คน ผลต่างจากก่อนเรียนและหลังเรียนจำนวน 20 คน ผลต่างน้อยสุด คือ 7  คะแนน   ผลต่างมากที่สุด คือ 13 คะแนน

 

 

ความเป็นมาและความสำคัญ

โลกปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ทั้งด้านเทคโนโลยี  ข้อมูล  ข่าวสารต่างๆ เป็นผลให้    ทุกประเทศทั่วโลกมุ่งพัฒนาบุคลากรของตนเองให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกปัจจุบัน  ดังนั้นคุณภาพของคนในชาติจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกประเทศมุ่งพัฒนา ซึ่งวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญวิชาหนึ่ง   ที่จะช่วยก่อให้เกิดการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า   ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลกปัจจุบันเจริญขึ้น เพราะการคิดค้นวิทยาศาสตร์    ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางคณิตศาสตร์ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนาให้แต่ละบุคคลเป็นบุคคลที่สมบูรณ์ เป็นพลเมืองดีเพราะคณิตศาสตร์ช่วยเสริมสร้างความมีเหตุผล เป็นคนช่างคิด ช่างริเริ่มสร้างสรรค์ มีระบบระเบียบในการคิดมีการวางแผนในการทำงานมีความสามารถในการตัดสินใจมีความรับผิดชอบต่อการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนมีความลักษณะของความเป็นผู้นำในสังคม

                หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเจตคติและทักษะพื้นฐานในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ มีความสามารถในการสื่อสาร การคิดและการใช้เทคโนโลยีในระดับสากล ตระหนักและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(กระทรวงศึกษาธิการ , 2551)

                จากการศึกษาสภาพปัญหาการเรียนการสอนของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ผู้วิจัยได้ศึกษาสาเหตุของปัญหาโดยการสังเกต การสอบถามครูผู้สอนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ศึกษาจากผลคะแนนการทดสอบรายจุดประสงค์การเรียนรู้ และการสังเกตจากการทำแบบฝึกหัดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่านักเรียนมีผู้สัมฤทธิ์ต่ำ ซึ่งมีสาเหตุมาจากตัวครูผู้สอน ด้านนักเรียน และด้านบริหารดังกล่าวคือ ด้านครูผู้สอนพบว่า  ครูสอนไม่ตรงตามวิชาเอกและสอนหลายวิชาและหลายชั้นเรียน  ครูใช้สื่อการเรียนการสอนน้อย ครูเร่งสอนเพื่อจบเนื้อหาตามที่หลักสูตรกำหนด ด้านนักเรียนพบว่า นักเรียนมีพื้นฐานทางการเรียนคณิตศาสตร์ไม่ดี นักเรียนขาดการเอาใจใส่ในการเรียนและการทบทวนบทเรียน และปัญหาจากการแข่งขันทางการเรียน ซึ่งมีผลให้เด็กที่เรียนอ่อนจะถูกทอดทิ้งจากกลุ่มนักเรียนที่เรียนเก่ง อีกทั้งยังมีปัญหาด้านการบริหาร พบว่า การจัดกิจกรรมบางกิจกรรมเพิ่มเติม ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนการสอนวิชาปกติ เพื่อให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมมีผลทำให้เวลาในการจัดการเรียนการสอนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาการเรียนการสอน

ดังนั้นผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนรายวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้พัฒนาทักษะการบวกลบจำนวนเต็มที่เน้นผู้เรียน เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน และยังได้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพต่อไป

 

คำถามการวิจัย

1.  หลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่อง การบวกลบจำนวนเต็ม โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แล้วทักษะการบวกลบจำนวนเต็มดีขึ้นหรือไม่อย่างไร

2.  ทักษะการบวกลบจำนนวนเต็มของนักเรียนหลังจากใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เรื่องการบวกลบจำนวนเต็ม ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่อย่างไร

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.  เพื่อเปรียบเทียบทักษะการบวกลบจำนวนเต็มก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

2.  เพื่อเปรียบเทียบทักษะการบวกลบจำนวนเต็มหลังเรียนกับเกณฑ์ที่กำหนดให้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

ผลจากการวิจัยในครั้งนี้ เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่จะใช้ในการจัดการเรียนรู้

ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

 

ขอบเขตการวิจัย

1.             ขอบเขตด้านกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20   คน                                

โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน จังหวัดสมุทรปราการ หญิง  5   คน   ชาย 15 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556

2.             ขอบเขตด้านเนื้อหา คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบจำนวนเต็ม หน่วยย่อยที่ศึกษาเรื่อง

การบวกการลบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

3.             ขอบเขตด้านระยะเวลา คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองสอน 2 สัปดาห์ 6 คาบ ตั้งแต่วันที่

1–12  กรกฎาคม 2556   รวมระยะเวลา  6 วัน ระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบก่อนเรียน 1  วัน  คือ 1 กรกฎาคม 2556   และระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบหลังเรียน 1 วัน คือ 12 กรกฎาคม 2556  ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2556

                4. ตัวแปรที่ศึกษา

                ตัวแปรต้น  ได้แก่  ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ตัวแปรตาม  ได้แก่  ทักษะการบวกลบจำนวนเต็ม

นิยามศัพท์

1.ทักษะการบวกลบจำนวนเต็ม หมายถึง คะแนนของนักเรียนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดทักษะการบวกลบจำนวนเต็มก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งแบบทดสอบมีลักษณะเป็นปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน

2.การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ   หมายถึง   วิธีการจัดการเรียนการสอนเรื่องการบวกลบจำนวนเต็ม โดยจะเน้นให้ผู้เรียนการเรียนรู้อย่างแท้จริงเกิดการพัฒนาตนและสั่งสมคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนจึงใช้เทคนิควิธีการเรียนรู้แบบการสอนหรือกระบวนการเรียนการสอนที่หลายวิธี

3. แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์    หมายถึง    สื่อการเรียนการสอนอย่างหนึ่งที่ใช้แบบฝึกทักษะให้กับผู้เรียนหลังจากเรียนจบบทเรียนไปแล้ว  ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  มีทักษะและสามารถเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น เป็นการจัดทำขึ้นเพื่อใช้แก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบจำนวนเต็ม

                4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน   หมายถึง     ความรู้ความสามารถทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องการบวกและการลบจำนวนเต็ม โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนการทดลองและหลังการทดลอง จากแบบทดสอบที่สร้างขึ้น

ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด หมายถึง คะแนนจุดตัดของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการทำผ่าน

60 % วิจัยกำหนดคะแนนจุดตัดร้อยละ 60 ถ้านักเรียนคนใดทำคะแนนจุดตัดผ่านร้อยละ 60 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หมายถึง คะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเรื่องการบวกลบจำนวนเต็ม รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

 

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ผู้รายงานได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและได้นำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้

 

1.  เอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร

                1.1 ลักษณะสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์

                1.2 หลักสูตรสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

                1.3 แนวคิดและหลักการสอนคณิตศาสตร์

                1.4 การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์

2.  การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

3.  แนวคิดของการสอนเรื่องการบวกลบจำนวนเต็ม

1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร

1. 1 ลักษณะสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์

                คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์  ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล  เป็นระบบ  ระเบียบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น  นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์  มีความสมดุลทั้งร่างกาย  จิตใจ สติปัญญาและอารมณ์  สามารถคิดเป็น  ทำเป็น  แก้ปัญหาเป็นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ ,2537, หน้า 1)

                ยุพิน  พิพิธกุล (2545,หน้า 2) ได้กล่าวถึงลักษณะสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ไว้ว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญวิชาหนึ่ง  คณิตศาสตร์มิใช่มีความหมายเพียงแต่ตัวเลขและสัญลักษณ์เท่านั้น  คณิตศาสตร์มีความหมายกว้างมาก ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1.วิชา คณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการใช้เหตุผล เราใช้ คณิตศาสตร์ พิสูจน์อย่างมีเหตุผ

 
ส่งข่าวโดย : วัดบางน้ำผึ้งใน  เมื่อวันที่ : 22 สิงหาคม 2556 19.52 น. เปิดอ่าน: 6692 ครั้ง ไอพี:: 58.11.237.74 [ปิดหน้าต่าง]
Comments with Facebook
5 ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกัน
ผลการทดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2557 [27 มีนาคม 2558 13.08 น.][อ่าน 58 ครั้ง]
(ทดสอบระบบ)เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ [26 มีนาคม 2558 13.52 น.][อ่าน 22 ครั้ง]
โรงเรียนบ้านห้วยแพ่ง มีผลการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2557 สูงกว่าระดับประเทศทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู [26 มีนาคม 2558 13.44 น.][อ่าน 31 ครั้ง]
โรงเรียนบ้านโฮ่งศีลาภรณ์ได้รับคะแนน O-NET ปี 2557 สูงกว่าระดับประเทศทั้ง 8 กลุ่มสาระ [26 มีนาคม 2558 13.39 น.][อ่าน 38 ครั้ง]
การพัฒนาด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ [26 มีนาคม 2558 12.59 น.][อ่าน 45 ครั้ง]
เครือข่ายประชาสัมพันธ์@พัฒนาโดย sumphan@nongkhai2.moe.go.th