ผลการเรียน School MIS

กรอกเลข ปชช.13หลัก

ลิงค์ที่เกี่ยวกับโรงเรียน
ประวัติโรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล

 

โรงเรียน ศรีประชานุกูล ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2460 เดิมเป็นโรงเรียนรัฐบาล ชื่อ โรงเรียนประชาบาลประจำอำเภอห้วยเหนือตั้งอยู่ที่ศาลาวัดกลาง(อัมรินทราวาส) หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ครูใหญ่คนแรกคือ นายบุญส่ง ศรีมงคล
รองอำมาตย์โทขุนศิริไศลรักษ์ (ซุย นาคสิงหราช) เป็นผู้อุปการะโรงเรียน
โรงเรียนเปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 2 ตามหลักสูตรประถมศึกษาขณะนั้น มีนักเรียนรุ่น แรกเป็นชาย 48 คน หญิง 7 คน รวม 55 คน เปิดเรียนจากวันจันทร์ถึงวันศุกร์   ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. มีพักกลางวันเวลา 11.00 - 12.00 น.และพักน้อยเวลา 14.00 - 14.15 น.วันเสาร์หยุดเรียนครึ่งวัน วันอาทิตย์หยุดเต็มวัน เก็บค่าเล่าเรียน เป็นเทอม รวมเก็บปีละ 1.50 บาท   ระหว่าง พ.ศ. 2460   – 2468   มีการย้ายที่ตั้งโรงเรียน ดังนี้
1. ศึกษาธิการจังหวัดได้มาตรวจราชการ เห็นว่าสถานที่ตั้งไม่เหมาะสม   จึงพร้อมด้วยรองอำมาตย์โทขุนศิริไศลรักษ์ (เป้ย ส่งศรี) นายอำเภอขุขันธ์ ได้สั่งย้ายโรงเรียนไปอยู่ที่ไปรษณีย์เก่าของนายสมบูรณ์ สมุห์บัญชี   ที่สี่แยกต้นยางใหญ่ หมู่ที่ 1  ตำบลห้วยเหนือ
2 รองอำมาตย์โทหลวงวัฒน์วงษ์โทนุบล (โทน สุวรรณกูฏ)  นายอำเภอ   ได้สั่งย้ายกลับไปสอนที่ศาลาวัดกลางตามเดิม ตามคำสั่งจังหวัดที่ 121/928  ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2464
3.  ในปี พ.ศ. 2465 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา ในตำบลห้วยเหนือ โรงเรียนจึงได้เปลี่ยนจากโรงเรียนรัฐบาล มาเป็นโรงเรียนประชาบาลที่นายอำเภอจัดตั้ง เมื่อวันที่ 26  สิงหาคม 2465 จัดการศึกษาโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน และได้แยกจากโรงเรียน รัฐบาลเดิมไปสอนที่ศาลาวัดไทยเทพนิมิตร ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลตำบลห้วยเหนือ (วัดไทยเทพนิมิต)” ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยเหนือ นายนุช ธรรมปัญญา เป็นครูใหญ่สอนชั้นป.1 – 2  เวลาเปิดเรียนเหมือนเดิมมีนักเรียนทั้งสิ้น  ชาย  110 คน หญิง 35 ค น รวม 145 คน    เงินเดือนครูและค่าใช้สอยได้จากการเก็บเงินศึกษาพลี     จากชายฉกรรจ์ ตำบลห้วยเหนือ คนละ 2 บาทต่อปี
วันที่ 12 มิถุนายน  2468 ได้ยุบโรงเรียนวัดไทยเทพนิมิตไปรวมกับโรงเรียนประจำอำเภอเช่น เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนเป็น    “โรงเรียนประชาบาลประจำตำบลห้วยเหนือ”    ตั้งอยู่ที่วัดกลาง
(อัมรินทราวาส)
การก่อสร้างอาคารเรียนเป็นเอกเทศถาวรและการตั้งชื่อโรงเรียน
รองอำมาตย์เอกหลวงประชากรเกษม (เป้ย ส่งศรี) นายอำเภอขุขันธ์ในขณะนั้น ดำริว่าควรจะสร้างอาคารเรียนให้เป็นเอกเทศถาวร จึงได้นำเงินศึกษาพลีที่ เหลือจ่ายตั้งเป็นทุน แล้วเป็นผู้นำทำการเรี่ยไรจากพ่อค้า ประชาชน และข้าราชการ  ให้เสียสละเงินมาสมทบ ได้รวมทั้งสิ้น 6,000 บาท ดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนของกระทรวงธรรมการ ทำการปลูกสร้างบริเวณ ที่ดินทิศตะวันออกที่ว่าการอำเภอขุขันธ์หลังเดิม เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2472 ตรงกับวันจันทร์ เดือน  4   ปีมะเส็ง แบบ อาคารเรียนเป็นทรงปั้นหยาชั้นเดียวใต้ถุนสูง กว้าง 11 เมตร ยาว 34 เมตร มีมุขยื่นออกข้างละ 1 มุข รวม 2 มุข มุขละ 3 เมตร สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 23มกราคม 2473 ตรงกับวันอาทิตย์เดือน 3 ปีมะเมีย ใช้เวลาก่อสร้าง 11 เดือน 25 วัน
มหาอำมาตย์โทพระยาเพชรดา สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครราชสีมา เป็นผู้ให้นามโรงเรียนว่า “ศรีประชานุกูล”เพื่อ เป็นอนุสรณ์แด่พระยาศรีพิชัยบริบาลผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และรองอำมาตย์เอกหลวงประชากรเกษม นายอำเภอขุขันธ์ซึ่งเป็นผู้จัดการและอำนวย การก่อสร้างจนสำเร็จ โดยได้จัดงานเปิดป้ายฉลองอาคารเรียนเมื่อ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2473 ตรงกับวันศุกร์ เดือน 4 ปีมะเมีย ชื่อเต็มของโรงเรียนในขณะนั้น คือ “โรงเรียนบ้านห้วยเหนือ (ศรีประชานุกูล)”
เหตุการณ์ที่สำคัญในการต่อเติม และย้ายสถานที่ก่อตั้งโรงเรียน
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2493 ทางราชการได้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ขึ้น ตั้งชื่อว่า  “โรงเรียนขุขันธ์”    แต่ยังไม่ได้ก่อสร้างอาคารเรียน     จึงได้ขออนุญาตใช้ห้องเรียนของโรงเรียนบ้านห้วยเหนือ (ศรีประชานุกูล)  ไปพลางก่อน  จนถึงวันที่ 1 กันยายน 2495 โรงเรียนขุขันธ์ จึงได้ย้ายไปอยู่ ณ ที่ตั้งโรงเรียนในปัจจุบัน
วันที่ 17 พฤษภาคม 2499   กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมสามัญ สังกัดกองการศึกษาพิเศษขึ้น เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 หลักสูตรพิเศษมีวิชาชีพด้วย ตั้งชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนขุขันธ์วิทยา” อาคารเรียนยังไม่ได้ก่อสร้าง จึงอาศัยเรียนที่โรงเรียนศรีประชานุกูล จนอาคารเรียนก่อสร้างเสร็จ จึงได้ย้ายไปอยู่ ณ ที่ตั้งโรงเรียนขุขันธ์วิทยาในปัจจุบัน
ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2506 ถึงเดือนมกราคม 2510 นายโพธิ์ จันทร ครูใหญ่
ได้ ดำเนินการต่อเติมอาคารเรียนจากเดิมมาเป็นขนาด 11 ´ 62 เมตร เพิ่มมุขอีก 1 มุข งบประมาณได้จากการจัดงานศิษย์เก่าเมื่อปี   2505 จำนวน 32 ,000 บาท งบเงินเดือนเหลือจ่ายกรมสามัญศึกษา  ปี 2509 สมทบอีก 110 ,000 บาท รวมห้องต่าง ๆ ทั้งหมด 22 ห้อง
วันที่ 1 ตุลาคม 2509 โอนจากกรมสามัญศึกษา ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ   ตามพระราชบัญญัติโอนการศึกษาประชาบาล
ระหว่าง  พ.ศ. 2515 – 2518 นายประทีป ขุขันธิน ครูใหญ่ ได้ดำเนินการย้ายอาคารเรียนมาตั้ง ณ ที่ตั้งปัจจุบัน อยู่ตรงกันข้ามกับโรงเรียนขุขันธ์ ซึ่งเป็นที่ดินของโรงเรียนเอง เนื้อที่ประมาณ 38 ไร่ สาเหตุ การย้ายที่ตั้งโรงเรียน เพราะบริเวณเดิมคับแคบอยู่แล้ว ประจวบกับมีการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินแยกจาก ถนนสายโชคชัย – เดชอุดม เข้าสู่ตัวอำเภอขุขันธ์ ที่ดินของโรงเรียนบริเวณด้านทิศตะวันออกที่ติดถนน ต้องถูกเวนคืนด้วย ทำให้บริเวณคับแคบมากยิ่งขึ้น ในขณะที่จำนวนนักเรียนก็เพิ่มขึ้นทุกปี
การก่อสร้างอาคารเรียนในที่ตั้งใหม่ ได้งบประมาณจากงบเงินเดือนเหลือจ่ายจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 180,000 บาท สร้างแบบศก 01 ใต้ถุนสูงขนาด 5 ห้องเรียน เมื่อสร้างเสร็จได้ย้ายนักเรียนชั้น ป. 3 - 4 มาเรียนเมื่อวันที่  4  มิถุนายน 2517
ใน ปี พ.ศ. 2518 จังหวัดได้อนุมัติเงินเดือนเหลือจ่ายจาก 60,000 บาท เงินภาษีสุราส่วนอำเภอขุขันธ์ อนุมัติให้อีก 100,000 บาท ให้ดำเนินการ รื้อถอนอาคารเรียนเก่าทั้งหมดมาสร้างใหม่
แบบ ศก 01 ขนาด 5 ห้องเรียน เคียงคู่กับหลังแรก ห่างกัน 6 เมตร และในเดือนเมษายน 2518 ทางอำเภอได้อนุมัติเงิน ผ.ช.ล.ต. จำนวน 140,000 บาท มาทำการต่อเติมอาคารชั้นล่างทั้งสองอาคาร ได้ ห้องเรียนเพิ่มอีก 10 ห้องเรียน รวมเป็น 20 ห้องเรียน
ในเดือน มีนาคม 2525 นายประทีป โรจนากาศ ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายประกอบ พรหมรักษ์   ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ได้มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนนายสวัสดิ์ สิงห์คำ ครูใหญ่ ได้เสนอโครงการต่อเติมอาคารเรียนเป็นกรณีพิเศษ โดยสร้างต่อเติมระหว่างอาคารทั้งสองหลังเชื่อมเป็นอาคารหลังเดียว ต่อเติมด้านข้างของแต่ละหลังออกไปด้านละ 6 เมตร ทำเป็นมุข 3 มุข ได้เสนอโครงการไปตามลำดับชั้น โดยมีนายสนิท ลีลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นผู้ติดตามเรื่องให้  ในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการการ ประถมศึกษาแห่งชาติ  ได้อนุมัติงบประมาณ  จำนวน  600,000  บาทให้ดำเนินการต่อเติมจนแล้วเสร็จเมื่อวันที่  24  ธันวาคม  2525  ปัจจุบันอาคารเรียนทั้งหมดได้รับอนุญาตให้รื้อถอนได้แล้ว  แต่เนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีอาคารเรียนเพียงพอ จึงได้รื้อถอนไปเพียงบางส่วน  ในปีงบประมาณ  2538  โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช. 2/28 เป็นอาคาร  3  ชั้น ขนาด  9  ห้องเรียน (ครึ่งหลัง) และในปีงบประมาณ  2540  ได้รับงบประมาณมาต่อเติมจนครบเต็มหลัง  18  ห้องเรียน  ในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังนี้  ได้รื้อถอนอาคารเรียนแบบศก 04 (ต่อเติมพิเศษ)  ออกไปบางส่วนเพื่อความสวยงามของ ภูมิทัศน์  โดยได้นำเอาวัสดุที่รื้อถอนไปสร้างเป็นอาคารเก็บพัสดุ ชั้นเดียวขนาดกว้าง 11.50  เมตร  ยาว  18  เมตร
ในปีงบประมาณ     2539  โรงเรียนได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก    ฯพณฯ   นายสวัสดิ์ สืบสายพรหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายมานพ     จรัสดำรงนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด จำนวน 2,500,000 บาท ให้ก่อสร้างหอประชุมแบบ สปช. 206/26 จำนวน 1 หลัง
การแก้ไขชื่อโรงเรียน
ใน ปี พ.ศ. 2525 นายสวัสดิ์ สิงห์คำ อาจารย์ใหญ่ได้ดำเนินการขอแก้ไขชื่อจากโรงเรียนบ้านห้วยเหนือ (ศรีประชานุกูล) เป็นโรงเรียน “ศรีประชานุกูล” เนื่องจากเห็นว่าโรงเรียนมีหมู่บ้านในเขตบริการหลาย หมู่บ้าน คือบ้านห้วย บ้านตาปิ่น บ้านแตระ บ้านหาด บ้านภูมิ และบ้านเจ๊ก ดังนั้นชื่อโรงเรียนควรเป็นชื่อกลาง ๆ และเพื่อเป็นการระลึกถึงนามของผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนเอกเทศถาวร หลังแรกของโรงเรียนด้วย โดยดำเนินการตามขั้นตอนคือผ่านที่ประชุมครู อาจารย์ กรรมการศึกษา เสนอตาม ลำดับ และคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศรีประชานุกูล” ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2525 ตามหนังสือที่ ศธ 1461.04/3436 ลง วันที่ 19 พฤศจิกายน 2525
ใน ปีการศึกษา 2540 โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนสหวิทยาเขตมหามงคล ตาม นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการเลือกโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอ อำเภอ ละ 1 โรงเป็นโรงเรียนตัวอย่างโดยให้ใช้ชื่อเป็น “โรงเรียนอนุบาล” ต่อด้วยชื่ออำเภอ ซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนอนุบาลขุขันธ์” โดยทางสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีการศึกษา 2543 นายพิทยา สุดา ผู้อำนวยการ ได้ประชุมคณะครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พิจารณาเห็นว่า ชื่อ “ศรีประชานุกูล” เป็นชื่อที่มีประวัติมายาวนาน จึงขอความเห็นชอบไปยังคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอใช้ชื่อว่า “โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล” ได้รับอนุมัติให้ใช้ชื่อนี้
ในปี   2546 โรงเรียนได้รับการประชาคมจากชาวอำเภอขุขันธ์   ให้เข้าร่วมโครงการ          “ หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน” (Lab   School) ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22   เมษายน 2548   ที่จะพัฒนาเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติให้มีคุณภาพ
ใน ปี 2548 โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูลได้รับคัดเลือกเป็น ศูนย์เด็กปฐมวัย ต้นแบบของอำเภอขุขันธ์ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 ได้กำหนดให้โรงเรียนอนุบาลศรีประชา นุกูลเป็นศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนปฐมวัยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3
ประวัติการจัดการเรียนการสอน
ตั้งแต่ตั้งโรงเรียนเป็นโรงเรียนรัฐบาลประจำอำเภอห้วยเหนือ จังหวัดขุขันธ์ สอนตามหลักสูตรประถมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงธรรมการจากชั้น ป. 1 ถึงชั้น ป. 2
ต่อมาตามประมวลการศึกษาพิเศษ ภาค 1 พ.ศ. 2469 ได้จัดการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จัดการ สอบไล่ตามประมวลศึกษาพิเศษภาค 2 ที่กระทรวงธรรมการจัดไว้ประกอบแล้ว
พ.ศ. 2479 ได้จัดการสอนตามแผนการศึกษาชาติที่เปลี่ยนแปลงใหม่ คือจัดการสอนจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และใช้ หลักสูตรตามประมวลศึกษาพิเศษ ภาค 1 – 2 ของกระทรวงที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2480
พ.ศ. 2497 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2497 โรงเรียนได้เปิดสอนชั้นเด็กเล็กขึ้น 1 ชั้น เป็นเปิดสอนจากชั้นเด็กเล็กถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
พ.ศ. 2503  รัฐบาลได้ประกาศใช้แผนการศึกษาชาติฉบับใหม่ขึ้น โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปีการ ศึกษา 2504 เป็นต้นมา แต่โรงเรียนศรีประชานุกูลใช้แผนการศึกษาใหม่นี้ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2501 ตามแผนการปรับปรุงของจังหวัดและอำเภอ โรงเรียนนี้ได้ใช้หลักสูตรโรงเรียน ปรับปรุงและทำการสอนตามแผนใหม่ มีการสร้างอุปกรณ์การสอน ดำเนินการสอน และ วัดผล ด้วยวิธีการต่าง ๆ จนถึง พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นปีที่โรงเรียนทั่วไปเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ ซึ่งบังคับใช้เป็นระยะ คือ พ.ศ. 2504 ใช้ในชั้น ป.1 - 2 ปี พ.ศ. 2505 บังคับใช้ในชั้น ป.3 ปี พ.ศ. 2506 บังคับใช้ในชั้นป.4
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศขยายการศึกษาภาคบังคับทั่วตำบลห้วย เหนือ และมีการประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2520 กำหนดให้ขยายการศึกษาภาคบังคับเป็น 6 ปี ดังนั้น ในปีการศึกษา 2521 โรงเรียนจึงขยายชั้นเรียนถึงชั้นประถมปีที่ 5 และในปี พ.ศ. 2522 โรงเรียนนี้จึงมีชั้นเรียนครบตามแผนการศึกษาชาติ คือเปิดทำการสอนตั้งเเต่ชั้นเด็กเล็กจนถึงชั้นประถมปีที่ 6
ในปีการศึกษา 2503 โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดสอนในชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ตามโครงการอนุบาลชนบท   ดังนั้นโรงเรียนจึงเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
พ.ศ. 2533 ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 และให้ใช้หลักสูตรประถม ศึกษา 2521 ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533 ) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2534 โดยให้ใช้ปีละชั้น เริ่มต้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 และครบปีการศึกษา 2539 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
พ.ศ. 2542   มีประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2542 มีผลให้การศึกษาภาคบังคับขยายเป็น 9 ปี   ตั้งแต่ ปี 2546   เป็นต้นไป
ปีการศึกษา 2546 โรงเรียนได้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 โดยจัดทำหลักสูตร สถานศึกษาขึ้นใช้เองในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จะจัดขยายเพิ่มปีละ 1 ชั้น และครบทุกชั้นในปีการศึกษา 2548  และในปีการศึกษา 2546 ปีเดียวกันนี้ทางโรงเรียนได้ใช้หลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พ.ศ. 2546 ควบคู่กันไปด้วย
ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนได้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 โดยจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาขึ้นใช้เองในช่วงชั้นที่ 1 ( ป. 1 – 3 ) และช่วงชั้นที่ 2 ( ป. 4 – 6 )
ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนแกนนำการใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน

 
ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2018-06-29 11:17:29 น.

นายครรชิต ไชยโพธิ์
ผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุบาลศรีประชานุกูล
นายสนอง อูบคำ
รองผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุบาลศรีประชานุกูล
นางสาวจงรักษ์ ประถมภาส
รองผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุบาลศรีประชานุกูล
นางบุปผา จันภักดี
รองผู้อำนวยการโรงเรียน
อนุบาลศรีประชานุกูล

นางณภัชนันท์ วิสิฐธันยธร
นายวรพจน์ โรหิตาภิรมย์





สถิติการเข้าเยี่ยมชม

2,282
เริ่มนับ 18 เมษายน 2557



โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 โทรศัพท์: 045671010 อีเมล์: sripracha2012@gmail.com
เว็บมาสเตอร์:: ธนรัตน์ สวัสดิกุล โทรศัพท์: 0813901723 อีเมล์: thanarat2007@hotmail.com
Ⓒ EMIS WEB CMS V.1 กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
พัฒนาระบบโดย:: นายสัมพันธ์ พันธ์พิมพ์ ITEC สพป.หนองคาย เขต 2 [ติดต่อทีมพัฒนา]