โรงเรียนบ้านต้อนเหนือ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
 


  • อำนาจหน้าที่
  • 9 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้ศึกษาได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวขอ้งกบัคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ของผูบ้ ริหาร เพื่อนา ไปสู่การวจิยั ดงัต่อไปน้ี 1. หลกัการแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกบัการบริหารสถานศึกษา 2.การบริหารสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 3. บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา 4. มาตรฐานวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา 5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษา 5.1 ด้านบุคลิกภาพ 5.2 ด้านมนุษยสัมพันธ์ 5.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม 5.4 ด้านความเป็ นผู้น า 5.5 ด้านความรู้ความสามารถ 6. งานวจิยัที่เกี่ยวขอ้ง 7. กรอบแนวคิดในการศึกษา หลักการ แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษา โรงเรียนเป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่สมาชิกในสังคม เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการจัด การศึกษาให้บรรลุเป้ าหมาย ตามวัตถุประสงค์ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาเป็ นผู้น าองค์กร และมี ครูผู้สอนเป็ นผู้ปฏิบตัิงานในการจดักิจกรรมการเรียนการสอน โดยมีเป้ าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพ ผเู้รียนดา้นความรู้ความสามารถเจตคติค่านิยม พฤติกรรมและคุณธรรมต่าง ๆ เพื่อให้เป็ นสมาชิกที่ดี ของสังคมและประเทศชาติผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีภารกิจส าคัญ คือการน าพาองค์กรไปสู่ ความส าเร็จตามเป้ าหมายน้นั ดงัน้นั ผูบ้ ริหารจึงตอ้งมีความรู้ความสามารถ ทกั ษะและคุณลกั ษณะ หลายประการเพื่อใหส้ ามารถบริหารจดัการวางแผนงาน กา กบั ตรวจสอบและดา เนินกิจกรรมการจดั การศึกษาไดอ้ยา่ งมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โรเบิร์ต แอล แคทซ์ (Robert L. Katz) นา เสนอแนวคิดเกี่ยวกบัคุณลักษณะของผู้บริหาร องคก์รวา่ คุณลกัษณะผบู้ริหารที่พึงประสงคจ์ะตอ้งมีทกัษะความชา นาญ 3 ดา้น คือ ทกัษะดา้นเทคนิค ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ และทักษะด้านความคิดรวบยอด (บูรชัย ศิริมหาสาคร, 2549 : 88) 10 เธลเบิร์ต แอล เดรค (Thelbert L. Drake) และวิลเลี่ยม เอชโร (William H. Roe) ได้ขยาย แนวคิดของ โรเบิร์ต แอล แคทซ์ (Robert L. Katz)ออกไป โดยเสนอวา่ ทกัษะที่จา เป็นในการบริหาร สถานศึกษา ควรมี 5 ทักษะ (สุดใจ ศรีทอง, 2543 :3) 1. ทักษะด้านเทคนิควิธี คือ ความสามารถในการใช้วิธีการ เทคนิค และเครื่องมือที่จ าเป็ น เพื่อผลส าเร็จของงานที่ไดม้าจากประสบการณ์การศึกษาและการฝึกอบรม ให้สามารถทา งานไดอ้ยา่ ง มีประสิทธิภาพ 2. ทกั ษะดา้นมนุษย์คือความสามารถในการตดั สินใจทา งานร่วมกบัคนอื่น และทา ให้คน อื่นให้ความร่วมมือในการปฏิบตัิงาน ซ่ึงไดแ้ก่การจูงใจคน และการประยุกต์ภาวะผูน้ า มาใช้ในการ บริหารงาน 3. ทกัษะดา้นความคิดรวบยอด คือความสามารถในการมององคก์ ารไดอ้ยา่ งทะลุปรุโปร่ง เพื่อทา ใหอ้งคก์ ารมีความสมบูรณ์โดยส่วนรวม ดว้ยการทา ใหก้ารทา งานของแต่ละบุคคลเหมาะสมกบั องค์การ ทกั ษะด้านความรู้ความสามารถ เป็นการยอมรับวตัถุประสงค์ขององค์การมากกว่าที่จะ ค านึงถึงความต้องการของบุคคลโดยบุคคลเพียงหนึ่งเดียวในองค์การ 4. ทักษะทางการศึกษาและการสอน เป็ นทักษะที่ผู้บริหารสถานศึกษาจ าเป็ นต้องมี เพราะ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องเป็ นผู้น าทางการศึกษาและจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการเรียนการ สอนในฐานะนักวิชาการศึกษาที่ดีด้วย 5. ทักษะทางความรู้ ความคิด เป็ นทักษะที่ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถพัฒนาได้และเป็ น ส่วนส าคญั ในการเสริมสร้างทกั ษะอื่น ๆ ผูบ้ ริหารสถานศึกษาจา เป็นจะตอ้งมีความรู้ความคิด ภูมิ ปัญญาและวิสัยทศัน์ผูบ้ ริหารสถานศึกษาจะไม่สามารถเป็นผนู้ า ทางการศึกษาที่มีประสิทธิผลได้ถา้ ปราศจากความรู้และไม่สามารถใชค้วามรู้น้นั ในทางที่มีความหมายและสร้างสรรค์ จากความหมายดงักล่าว สรุปไดว้่าการบริหารสถานศึกษาเป็นกระบวนการบริหารงานใน สถานศึกษา ซ่ึงดา เนินงานไปโดยกลุ่มบุคคลต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายเพื่อบริการทางการศึกษาแก่สมาชิก ของสังคม เพื่อพัฒนาให้สมาชิกมีความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามเจตนารมณ์ ของหลักสูตร การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การบริหารจดัการของสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มีหนา้ที่ให้บริการการศึกษาแก่ประชาชน ใน ฐานที่เป็นสถานศึกษาของรัฐจึงตอ้งนา หลกัการวา่ ดว้ยการบริหารกิจการบา้นและสังคมที่ดีที่เรียกกนั โดยทวั่ ไปว่า “หลักธรรมาภิบาล” อนั ประกอบดว้ย หลกั นิติธรรม หลกัคุณธรรม หลกัความโปร่งใส หลกัการมีส่วนร่วม หลกัความรับผิดชอบ และหลกัความคุม้ค่า มาบูรณาการในการบริหารการจดั การศึกษา เพื่อเสริมสร้างความเขม้แขง็ใหก้ บัโรงเรียนในฐานะที่เป็นนิติบุคคลด้วย 11 ในการบริหารจดัการศึกษาในสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มีงานที่เป็นหลกัในการบริหารงาน เป็ น 4 ด้าน คือ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานงบประมาณ และการ บริหารงานทวั่ ไป ซ่ึงแต่ละงานมีขอบข่ายงานตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (2546 :30-74)กา หนดดงัน้ี 1. การบริหารงานวิชาการ เป็นงานหลกัหรือเป็นภารกิจหลกัของสถานศึกษา โดยเป็ นงานที่ ให้สถานศึกษาด าเนินการโดยอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการของผูเ้รียน สถานศึกษา ชุมชน ทอ้งถิ่น และการมีส่วนร่วมจากผมู้ีส่วนไดส้่วนเสียทุกฝ่าย ซ่ึงจะทา ให้สถานศึกษา มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการ สามารถพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนการ วดัผลประเมินผลรวมท้งัการจดั ปัจจยัเก้ือหนุนการพฒั นาคุณภาพนกัเรียน ชุมชน ทอ้งถิ่น ไดอ้ย่างมี ประสิทธิภาพและมีคุณภาพ ซ่ึงมีขอบข่ายงานประกอบดว้ย 1.1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 1.2 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 1.3 การวัดผลและการประเมินผล 1.4 การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 1.5 การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 1.6การพฒั นาแหล่งเรียนรู้ 1.7 การนิเทศการศึกษา 1.8 การแนะแนวการศึกษา 1.9การพฒั นาระบบประกนัคุณภาพภายในสถานศึกษา 1.10 การส่งเสริมความรู้ดา้นวชิาการแก่ชุมชน 1.11การประสานความร่วมมือในการพฒั นาวชิาการกบั สถานศึกษาอื่น 1.12การส่งเสริม และการสนบั สนุนงานวิชาการแก่บุคคลครอบครัวองคก์ ร หน่วยงาน และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา 2. การบริหารงานงบประมาณ เป็นงานที่มุ่งเน้นความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ มี ความคล่องตวั โปร่งใส ตรวจสอบได้ยึดหลกัการบริหารที่มุ่งเนน้ ผลสัมฤทธ์ิและบริหารงบประมาณ แบบมุ่งเน้นผลงาน มีการจดั หาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ินของสถานศึกษา รวมท้งัจดั หารายไดจ้าก การบริการมาใชบ้ ริหารจดัการเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ส่งผลใหเ้กิดคุณภาพที่ดีข้ึนต่อผเู้รียน ซ่ึงมี ขอบข่ายงานประกอบดว้ย 2.1 การจัดท าและเสนอของบประมาณ 2.2 การจัดสรรงบประมาณ 2.3 การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการใช้เงินและผลการด าเนินงาน 2.4 การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา 12 2.5 การบริหารการเงิน 2.6 การบริหารบัญชี 2.7 การบริหารพัสดุและสินทรัพย์ 3. การบริหารงานบุคคล เป็นภารกิจที่ส าคญั ของสถานศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้สถานศึกษา สามารถปฏิบตัิงานเพื่อตอบสนองภารกิจของสถานศึกษา เพื่อดา เนินการดา้นการบริหารงานบุคคลให้ เกิดความคล่องตวั อิสระภายใตก้ ฎหมาย ระเบียบ เป็นไปตามหลกัธรรมาภิบาล ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาไดร้ับการพฒั นาใหม้ีความรู้ความสามารถ มีขวญั กา ลงัใจ ไดร้ับการยกยอ่ งเชิด ชูเกียรติมีความมนั่ คงและกา้วหนา้ในวิชาชีพ ซ่ึงมีผลต่อการพฒั นาคุณภาพการศึกษาของผเู้รียนเป็น สา คญั โดยมีขอบข่ายของงาน ประกอบดว้ย 3.1 การวางแผนอัตรากา ลงัและกา หนดแต่งต้งั 3.2การสรรหาและการบรรจุแต่งต้งั 3.3 การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ 3.4 วินัยและการรักษาวินัย 3.5 การออกจากราชการ 4. การบริหารงานทั่วไป เป็นงานที่เกี่ยวขอ้งกบัการจดัระบบองคก์ ร ในการบริหารงานอื่น ๆ บรรลุตามมาตรฐาน คุณภาพ และเป้าหมายที่กา หนดไว้โดยมีบทบาทหลกัในการประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและการอา นวยความสะดวกต่าง ๆ ในการให้บริการการศึกษาทุกรูปแบบ มุ่งพฒั นา สถานศึกษาให้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ส่งเสริมในการบริหารและการจัด การศึกษาของสถานศึกษา ตามหลกัการบริหารงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิของงานเป็นหลกั โดยเน้น ความโปร่งใส ความรับผดิชอบที่ตรวจสอบได้ตลอดจนการมีส่วนร่วมของบุคคล ชุมชนและองคก์ รที่ เกี่ยวขอ้ง เพื่อใหก้ารจดัการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยมีขอบข่ายงานประกอบดว้ย 4.1 การด าเนินการงานธุรการ 4.2 งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 4.3 งานพฒั นาระบบและเครือข่ายขอ้มูลสารสนเทศ 4.4การประสานและพฒั นาเครือข่ายการศึกษา 4.5 การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์การ 4.6 งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 4.7 การส่งเสริมสนบั สนุนดา้นวชิาการ งบประมาณ บุคลากรและบริหารทวั่ ไป 4.8 การดูแลอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม 4.9 การจัดท าส ามะโนผู้เรียน 4.10 การรับนักเรียน 13 4.11การส่งเสริมและประสานงานการจดัการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธัยาศยั 4.12 การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา 4.13การส่งเสริมงานกิจการนกัเรียน 4.14 การประชาสัมพันธ์งานการศึกษา 4.15 การส่งเสริมสนับสนุนและประสานการจัดการศึกษาของบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงาน และสถาบนั สังคมอื่นที่จดัการศึกษา 4.16 งานประสานราชการกบั เขตพ้ืนที่การศึกษาและหน่วยงานอื่น 4.17การจดัระบบการควบคุมภายในหน่วยงาน 4.18 งานบริการสาธารณะ 4.19 งานที่ไม่ไดร้ะบุไวใ้นงานอื่น จากขอบข่ายงานดงักล่าวจะเห็นไดว้า่ มีงานในการบริหารสถานศึกษาเป็นจา นวนมากและ เมื่อสถานศึกษาเป็นนิติบุคคลยิ่งจะทา ให้งานน้นั มีความยุง่ ยากในการบริหารมากข้ึน ดงัน้นั ผบู้ริหาร จา เป็นตอ้งพร้อมและตอ้งมีความรู้ความเขา้ใจอย่างดีในงานของสถานศึกษา จึงจะทา ให้สถานศึกษา ดา เนินงานอยา่ งมีประสิทธิภาพและทา ให้เกิดการพฒั นาคุณภาพทางการศึกษา โดยเฉพาะการพฒั นา ผู้เรียนในที่สุด บทบาทหน้าทขี่ องผู้บริหารสถานศึกษา พระราชบญั ญตัิระเบียบราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 35 กา หนดให้ สถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานเป็นโรงเรียนนิติบุคคลและไดร้ับการกระจายอ านาจการบริหารด้านวิชาการ บุคลากร งบประมาณและบริหารทวั่ ไป ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบญั ญตัิการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แกไ้ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่2) พ.ศ. 2545 ส่งผลให้ผูบ้ ริหารตอ้งปรับแนวคิดในการพฒั นาคุณภาพ ของสถานศึกษา ใหส้อดคลอ้งกบัการเปลี่ยนแปลง ดงัที่ จา เริญ จิตรหลงั่ (2550 : 18-21) ไดก้ล่าวถึง วิธีการบริหารสถานศึกษาเพื่อให้เกิดความร่วมมือ มีความยืดหยุ่นและคล่องตวัน้ัน ผูบ้ ริหารต้อง เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผคู้วบคุมไปสู่บทบาทใหม่ในฐานะผสู้ นบั สนุน ดงัน้ี 1. บทบาทในการยึดคุณธรรมนา ความรู้ตามหลกัเศรษฐกิจพอเพียงความสมานฉันท์ สันติ วิธี วิถีประชาธิปไตย 2. บทบาทในการขยายโอกาสทางการศึกษาของประชากรในวยัเรียนอย่างกวา้งขวางและ ทวั่ ถึง 3. บทบาทในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 4. บทบาทในการเสริมสร้างสถานศึกษาให้เข้มแข็ง 14 5. บทบาทในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผูป้กครอง ชุมชน ภาคเอกชนและทอ้งถิ่นใน การจัดการศึกษา 6. บทบาทในการจดัการศึกษาส าหรับสถานศึกษาในเขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกิจจงัหวดั ชายแดนภาคใต้ 7. บทบาทในการส่งเสริม สนบั สนุนใหส้ถานศึกษาพฒั นาเป็นองคก์รแห่งการเรียนรู้ 8. บทบาทในเรื่องการจัดการความรู้ นอกจากน้นั รังสรรค์ ประเสริฐศรี (2549 : 17) ไดก้ล่าวถึงบทบาทส าคญั ของผูบ้ ริหาร สถานศึกษาในฐานะผนู้ า ดงัน้ี 1. บทบาทในการเป็นพี่เล้ียงหรือเป็นตน้แบบ 1.1 เข้าใจตนเองและผู้อื่น 1.2 สื่อสารอยา่ งมีประสิทธิภาพ 1.3 พัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาได้ 2. บทบาทในการอ านวยความสะดวก 2.1 สามารถสร้างทีมงาน 2.2 ใชก้ารมีส่วนร่วม 2.3 การบริหารความขัดแย้ง 3. บทบาทในการติดตามผล 3.1 ติดตามผลงานของแต่ละบุคคล 3.2 ติดตามผลงานของกลุ่มในภาพรวม 3.3 บริหารผลงานขององค์กร 4. บทบาทในการประสานงาน 4.1 บริหารโครงการ 4.2 ออกแบบงาน 4.3 ประสานกลุ่มงานหรือทีมงานจากต่างสายงาน 5. บทบาทในการด าเนินงาน 5.1 สร้างวสิัยทศัน์วางแผนและกา หนดเป้าหมาย 5.2 ออกแบบและจัดโครงสร้างองค์กร 5.3 มอบหมายงานเพื่อใหเ้กิดสัมฤทธิผลของงาน 6. บทบาทในการเป็ นผู้ผลิต 6.1 ทา งานใหเ้กิดผลงานอยา่ งเตม็ ที่ 6.2 สร้างบรรยากาศการท างานให้ได้ผลงานเต็มที่ 15 6.3 บริหารเวลาและจัดการความเครียด 7. บทบาทในการเป็ นนายหน้า 7.1 สร้างและรักษาฐานอ านาจ 7.2 เจรจาต่อรองและสร้างขอ้ ตกลงร่วมกนั 7.3 น าเสนอความคิดเห็น 8. บทบาทเป็ นผู้น าด้านนวัตกรรม 8.1 ปรับตวัไดก้ บัการเปลี่ยนแปลง 8.2 มีความคิดอยา่ งสร้างสรรค์ 8.3 สร้างการเปลี่ยนแปลงใหเ้กิดข้ึน ในท านองเดียวกนั สุพล วงัสินธ์(2545 : 16-17) ได้กล่าวถึงบทบาทของผูบ้ ริหาร สถานศึกษา ในการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้โดยยดึผเู้รียนเป็นสา คญั ดงัน้ี 1. เป็นผนู้ า ในการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงคข์องครูและนกัเรียน 2. เป็ นผู้น าในการบริหาร โดยยึดแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐาน 3. เป็ นผู้น าด้านการน านวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ 4. เป็ นผู้น าในการพัฒนาวิชาการ 5. เป็นผปู้ระสานความร่วมมือกบั ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งในการพฒั นาการศึกษา 6. เป็นผนู้ า ในการบริหารงานแบบประชาธิปไตยโดยร่วมกนั ทา งานเป็นทีม และส่งเสริมให้ ครูทุกคนมีส่วนร่วมอยา่ งแขง็ขนั 7. เป็ นผู้น าในการจัดการศึกษาและเป็ นเอกลักษณ์ขององค์กรในทางสร้างสรรค์ 8. เป็นผนู้ า ในการบริหารคุณภาพ โดยใหท้ ุกคนมีส่วนร่วมคิดร่วมตดัสินใจลงมือทา 9. เป็นผูส้ ร้างขวญั และกา ลงัใจแก่บุคลากร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการ เรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกนั 10. เป็ นผู้น าในการจัดหางบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ (2545 : 20-22) กล่าวถึงผบู้ริหารที่สามารถปฏิบตัิงานไดอ้ยา่ ง มีประสิทธิภาพ มักเป็ นผู้ที่ปฏิบัติตามหนา้ที่ของการบริหารจดัการ ดงัน้ี 1.การวางแผน เป็นข้นั ตอนในการกา หนดวตัถุประสงคแ์ละพิจารณาถึงวิธีการที่ควรปฏิบตัิ เพื่อใหบ้ รรลุวตัถุประสงคน์ ้นั ประกอบดว้ย 1.1การดา เนินการตรวจสอบตนเอง เพื่อกา หนดสถานภาพในปัจจุบนัขององคก์ร 1.2 การส ารวจสภาพแวดล้อม 1.3การกา หนดวัตถุประสงค์ 1.4 การพยากรณ์สถานการณ์ในอนาคต 16 1.5การกา หนดแนวทางปฏิบตัิงานและความจา เป็นในการใชท้ รัพยากร 1.6 การประเมินแนวทางปฏิบัติงานที่วางไว้ 1.7 การทบทวนและปรับแผนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง และผลลัพธ์ของการควบคุม ไม่เป็นไปตามที่กา หนด 1.8การติดต่อสื่อสารในกระบวนการของการวางแผนเป็นไปอยา่ งทวั่ ถึง 2.การจดัองคก์รเป็นข้นั ตอนในการจดับุคคลและทรัพยากรที่ใชใ้นการทา งาน เพื่อให้บรรลุ ตามจุดมุ่งหมายในการทา งานน้นั หรือเป็นการจดัแบ่งงานและจดั สรรทรัพยากรส าหรับงาน เพื่อให้ งานเหล่าน้นั สา เร็จ ประกอบดว้ย 2.1 การระบุและอธิบายงานที่จะถูกน าไปด าเนินการ 2.2 การกระจายงานออกเป็ นหน้าที่ 2.3การรวมหนา้ที่ต่าง ๆ เขา้เป็นตา แหน่งงาน 2.4การอธิบายสิ่งที่จา เป็นหรือความตอ้งการของตา แหน่งงาน 2.5การรวมตา แหน่งงานต่าง ๆ เป็นหน่วยงานที่มีความสัมพนัธ์กนัอยา่ งเหมาะสมและ สามารถบริหารจัดการได้ 2.6 การมอบหมายงาน ความรับผิดชอบและอ านาจหน้าที่ 2.7 การทบทวนและการปรับโครงสร้างขององค์การ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและ ผลลพัธ์ของการควบคุมไม่เป็นไปตามที่กา หนด 2.8การติดต่อสื่อสารในกระบวนการของการจดัองคก์ ารเป็นไปอยา่ งทวั่ ถึง 2.9การกา หนดความจา เป็นของทรัพยากรมนุษย์ 2.10 การสรรหาผู้ปฏิบัติงานที่มีศักยภาพ 2.11 การคัดเลือกจากบุคคลที่สรรหามา 2.12การฝึกอบรมและพฒั นาทรัพยากรมนุษยต์ ่าง ๆ 2.13 การทบทวนและปรับปรุ งคุณภาพและปริ มาณของทรัพยากรมนุษย์ เมื่อ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงและผลลพัธ์ของการควบคุมไม่เป็นไปตามที่กา หนด 2.14 การติดต่อสื่อสารในกระบวนการของการจดัคนเขา้ทา งานเป็นไปอยา่ งทวั่ ถึง 3.การนา เป็นข้นั ตอนในการกระตุน้ ให้เกิดความกระตือรือร้นและชกั นา ความพยายามของ บุคลากรให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ซ่ึงจะเกี่ยวข้องกับการใช้ความพยายามของผูบ้ ริหารที่จะ กระตุ้นให้บุคลากรมีศักยภาพในการท างานสูง การนา จะช่วยให้งานบรรลุผลส าเร็จ เสริมสร้างขวญั กา ลงัใจและจูงใจผใู้ตบ้ งัคบั บญั ชา ประกอบดว้ย 3.1การติดต่อสื่อสารและอธิบายวตัถุประสงคใ์หแ้ก่ผใู้ตบ้ งัคบั บญั ชาไดท้ ราบ 3.2การมอบหมายมาตรฐานของการปฏิบตัิงานต่าง ๆ 17 3.3การให้คา แนะนา และคา ปรึกษาแก่ผใู้ตบ้ งัคบั บญั ชา ให้สอดคลอ้งกบั มาตรฐานของ การปฏิบัติงาน 3.4การใหร้างวลัแก่ผใู้ตบ้ งัคบั บญั ชา บนพ้ืนฐานของผลการปฏิบตัิงาน 3.5การยกยอ่ งสรรเสริญและการตา หนิติเตียนอยา่ งยตุ ิธรรมและถูกตอ้งเหมาะสม 3.6การจดัหาสภาพแวดลอ้ มมากระตุน้การจูงใจ โดยการติดต่อสื่อสารเพื่อส ารวจความ ต้องการและสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง 3.7 การทบทวนและปรับวิธีของภาวะความเป็ นผู้น า 4. การควบคุม เป็นการติดตามผลการทา งานและแก้ไขปรับปรุงในสิ่งที่จา เป็น หรือเป็น ข้นั ตอนของการวดัผลการทา งานและดา เนินการแกไ้ข เพื่อใหบ้ รรลุผลที่ตอ้งการ ประกอบดว้ย 4.1การกา หนดมาตรฐาน 4.2การเปรียบเทียบและติดตามการปฏิบตัิงานกบั มาตรฐาน 4.3การแกไ้ขความบกพร่อง 4.4 การทบทวนและปรับวิธีการควบคุม เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ของ การควบคุมไม่เป็นไปตามที่กา หนด 4.5การติดต่อสื่อสารในกระบวนการของการควบคุมเป็นไปอยา่ งทวั่ ถึง ดงัน้ัน ผูบ้ ริหารสถานศึกษาจึงจา เป็นตอ้งเขา้ใจบทบาทหน้าที่ของตนเป็นอย่างดีรวมท้งั แสดงบทบาทหนา้ที่ของตนไดอ้ยา่ งเหมาะสม เพื่อให้ผูใ้ตบ้ งัคบั บญั ชาร่วมมือในการปฏิบตัิงานอยา่ ง เตม็กา ลงัความสามารถและส่งผลต่อความสา เร็จขององคก์ร มาตรฐานวชิาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาชาติพ.ศ. 2542แกไ้ขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่2) พ.ศ. 2545 กา หนดให้มี องค์กรวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งเป็ นองค์กรวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษา พ.ศ. 2546 ที่เรียกวา่ คุรุสภา มีหนา้ที่กา หนดมาตรฐาน ออกและเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ กา กบั ดูแลการปฏิบตัิตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมท้งั พฒั นาวิชาชีพ ประสาน ส่งเสริมการศึกษาและวิจยัเกี่ยวกบั การประกอบวิชาชีพ จึงได้มีการออก ขอ้ บงัคบั ของคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. 2548 โดยส านักงาน เลขาธิการคุรุสภา (2549 : 25-44) ซ่ึงเป็นขอ้กา หนดเกี่ยวกบัคุณลกั ษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ ประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตนหรือจรรยาบรรณของ วิชาชีพ ซ่ึงกา หนดมาตรฐานในส่วนที่เกี่ยวขอ้งกบัผบู้ริหารสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานโดยตรง มีดงัน้ี 18 มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา 1. มาตรฐานด้านความรู้ 1.1 มีคุณวฒุ ิไม่ต่า กวา่ ปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่น ที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดงัต่อไปน้ี 1.1.1 หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา 1.1.2 นโยบายและการวางแผนการศึกษา 1.1.3 การบริหารจัดการด้านวิชาการ 1.1.4 การบริหารด้านธุรการ การเงิน พัสดุ และอาคารสถานที่ 1.1.5 การบริหารงานบุคคล 1.1.6การบริหารกิจการนกัเรียน 1.1.7การประกนัคุณภาพการศึกษา 1.1.8 การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.1.9 การบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ชุมชน 1.1.10 คุณธรรมและจริยธรรมส าหรับผู้บริหารสถานศึกษา 1.2ผา่ นการฝึกอบรมหลกัสูตรการบริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง 2. มาตรฐานด้านประสบการณ์วิชาชีพ 2.1 มีประสบการณ์ดา้นปฏิบตัิการสอนมาแลว้ไม่นอ้ยกวา่ 5 ปีหรือ 2.2 มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอน และตอ้งมีประสบการณ์ในตา แหน่งหัวหน้า หมวด หัวหน้าสาย หวัหนา้งาน หรือตา แหน่งบริหารอื่นในสถานศึกษามาแลว้ไม่นอ้ยกวา่ 2 ปี มาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 ปฏิบตัิกิจกรรมทางวชิาการ เกี่ยวกบัการพฒั นาวชิาชีพการบริหารการศึกษา คุณสมบตัิเบ้ืองตน้ ที่ส าคญั ของผบู้ริหารมืออาชีพ คือการเขา้ร่วมเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ ร วิชาชีพ ดว้ยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้งกบัการพฒั นาวิชาชีพ ไดแ้ก่การเป็นผูร้ิเริ่ม ผูร้่วมงาน ผูร้่วมจดังานหรือกิจกรรม รวมท้งัการเป็นผูเ้สนอผลงานและเผยแพร่ผลงานขององค์กร เพื่อให้สมาชิกยอมรับและเห็นคุณประโยชน์ของผู้บริหารที่มีต่อการพฒั นาองค์กร ตลอดจนการนา องคก์รใหเ้ป็นที่ยอมรับของสังคมโดยส่วนรวม มาตรฐานที่ 2 ตดั สินใจปฏิบตัิกิจกรรมต่าง ๆ โดยคา นึงถึงผลที่จะเกิดข้ึนกบั การพฒั นา บุคลากร นักเรียน และชุมชน ผู้บริหารมืออาชีพ แสดงความรัก ความเมตตาและความปรารถนาดีต่อองค์กร ผูร้่วมงาน ผเู้รียนและชุมชน ดว้ยการตดัสินใจในการทา งานต่าง ๆ เพื่อผลการพฒั นาที่จะเกิดข้ึนกบั ทุกฝ่ายการ ตดั สินใจของผูบ้ ริหารตอ้งผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความสัมพนัธ์ระหว่างการกระทา กบั ผลการ 19 กระท า เนื่องจากการตัดสินใจของผูบ้ ริหารมีผลต่อองค์กรโดยส่วนรวม ผูบ้ ริหารจึงต้องเลือกแต่ กิจกรรมที่จะนา ไปสู่ผลดีผลทางบวกผลต่อการพฒั นาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวขอ้งและระมดัระวงัไม่ให้ เกิดผลทางลบโดยมิไดต้้งัใจ ท้งัน้ีเพื่อนา ไปสู่ความไวว้างใจความศรัทธาและความรู้สึกเป็นที่พ่ึงได้ ของบุคคลท้งัปวง มาตรฐานที่3 มุ่งมนั่ พฒั นาผรู้่วมงานใหส้ ามารถปฏิบตัิงานไดเ้ตม็ศกัยภาพ ความสา เร็จของการบริหารอยทู่ ี่การดา เนินการเพื่อให้บุคลากรในองคก์ ร หรือผรู้่วมงาน ได้ มีการพฒั นาตนเองอย่างเต็มศกัยภาพ ผูบ้ ริหารมืออาชีพตอ้ งหาวิธีพฒั นาผูร้่วมงานโดยการศึกษา จุดเด่น จุดดอ้ยของผูร้่วมงาน กา หนดจุดพฒั นาของแต่ละคน และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกบัการ พฒั นาด้านน้ัน ๆ แล้วใช้เทคนิคการบริหารและการนิเทศภายในให้ผูร้่วมงานได้ลงมือปฏิบตัิจริง ประเมิน ปรับปรุง ให้ผูร้่วมงานรู้ศกัยภาพ เลือกแนวทางที่เหมาะสมกบั ตน และลงมือปฏิบตัิจนเป็น ผลให้ศักยภาพของผรู้่วมงานเพิ่มพูน พฒั นากา้วหนา้อย่างไม่หยุดย้งั นา ไปสู่การเป็นบุคคลแห่งการ เรียนรู้ มาตรฐานที่4 พฒั นาแผนงานขององคก์รใหส้ ามารถปฏิบตัิไดเ้กิดผลจริง ผู้บริหารมืออาชีพ วางแผนงานขององค์กรได้อย่างมียุทธศาสตร์เหมาะสมกับเงื่อนไข ขอ้จา กดัของผเู้รียน ครูผรู้่วมงาน ชุมชน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ ม สอดคลอ้งกบั นโยบายแนวทาง เป้าหมายของการพฒั นา เพื่อนา ไปปฏิบตัิจนเกิดผลต่อการพฒั นาอยา่ งแทจ้ริงแผนงานตอ้งมีกิจกรรม สา คญั ที่นา ไปสู่ผลของการพฒั นาความสอดคลอ้งของเป้าหมายกิจกรรมและผลงาน ถือเป็นคุณภาพ ส าคัญที่นา ไปสู่การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพสูง มีความคุม้ค่าและเกิดผลอยา่ งแทจ้ริง มาตรฐานที่5 พฒั นาและใชน้ วตักรรมการบริหารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงข้ึนเป็นลา ดบั นวตักรรมการบริหาร เป็นเครื่องมือส าคญั ของผูบ้ ริหารในการนา ไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูงข้ึนเป็นลา ดบั ผบู้ริหารมืออาชีพตอ้งมีความรู้ในการบริหารแนวใหม่ ๆ เลือกและ ปรับปรุง ใช้นวตักรรมไดห้ ลากหลาย ตรงกบั สถานการณ์เงื่อนไขขอ้จา กดัของงานและองค์กร จน นา ไปสู่ผลไดจ้ริง เพื่อให้องคก์ รกา้วหนา้ พฒั นาอยา่ งไม่หยุดย้งัผูร้่วมงานทุกคนไดใ้ชศ้กัยภาพของ ตนเองอยา่ งเตม็ ที่ มีความภาคภูมิใจในผลงานร่วมกนั มาตรฐานที่ 6 ปฏิบัติงานขององค์กร โดยเน้นผลถาวร ผบู้ริหารมืออาชีพ เลือกและใชก้ิจกรรมการบริหารที่จะนา ไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีข้ึนของ บุคลากรและองคก์รจนบุคลากรมีนิสัยในการพฒั นาตนเองอยเู่สมอผบู้ริหารตอ้งมีความเพียรพยายาม กระตุน้ ยวั่ ยุทา้ทายใหบ้ ุคลากรมีความรู้สึกเป็นเจา้ของและชื่นชมผลส าเร็จเป็นระยะ ๆ จึงควรเริ่มจาก การริเริ่ม การร่วมพฒั นาการสนบั สนุนขอ้ มูลและให้กา ลงัใจแก่บุคลากรศึกษาคน้ ควา้ ปฏิบตัิและ ปรับปรุงงานต่าง ๆ ได้ดีด้วยตนเองจนเกิดเป็นค่านิยมในการพฒั นางานตามภาวะปกติอันเป็น 20 บุคลิกภาพที่พึงปรารถนาของบุคลากรและองค์กร รวมท้งับุคลากรทุกคนชื่นชมและศรัทธาใน ความสามารถของตน มาตรฐานที่7 รายงานผลการพฒั นาคุณภาพการศึกษาไดอ้ยา่ งเป็นระบบ ผู้บริหารมืออาชีพ สามารถน าเสนอผลงานที่ได้ท าส าเร็จแล้ว ด้วยการรายงานผลที่แสดงถึง การวิเคราะห์งานอยา่ งรอบคอบ ครอบคลุม การกา หนดงานที่จะนา ไปสู่ผลแห่งการพฒั นาการลงมือ ปฏิบัติจริง และผลที่ปรากฏมีหลักฐานยืนยันชัดเจน การน าเสนอรายงาน เป็ นโอกาสที่ผู้บริหารจะได้ คิดทบทวนถึงงานที่ไดท้ า ไปแลว้วา่ มีขอ้จา กดั ผลดีผลเสียและผลกระทบที่มิไดร้ะวงัไวอ้ยา่ งไรบา้ง ถ้าผลงานเป็ นผลดี จะชื่นชม ภาคภูมิใจไดใ้นส่วนใดบา้ง นา เสนอให้เป็นประโยชน์ต่อผอู้ื่นไดอ้ยา่ งไร ถ้าผลงานยงัไม่สมบูรณ์จะปรับปรุงเพิ่มเติมได้อย่างไร และจะน าประสบการณ์ที่ได้พบไปใช้ ประโยชน์ในการทา งานต่อไปอย่างไร คุณประโยชน์อีกประการของรายงานที่ดีคือ การนา ผลการ ประเมินไปใช้ในการประเมินตนเองรวมท้งัการทา ให้เกิดความรู้สึกชื่นชมของผรู้่วมปฏิบตัิงานทุกคน การที่ผปู้ ฏิบตัิงานไดเ้รียนรู้เกี่ยวกบัความสามารถและศกัยภาพของตน เป็นข้นั ตอนส าคญั อยา่ งหน่ึงที่ จะนา ไปสู่การรู้คุณค่าแห่งตน มาตรฐานที่8 ปฏิบตัิตนเป็นแบบอยา่ งที่ดี ผู้บริหารมีหน้าที่แนะนา ตกั เตือน ควบคุม กา กบั ดูแลบุคลากรในองค์กร การที่จะปฏิบตัิ หน้าที่ดังกล่าวให้ได้ผลดีผูบ้ ริหารต้องประพฤติปฏิบตัิตนเป็นแบบอย่างที่ดีมิฉะน้ัน คา แนะน า ตกัเตือนหรือการกา กบั ดูแลของผูบ้ ริหารจะขาดความส าคญั ไม่เป็นที่ยอมรับของบุคลากรในองค์กร ผู้บริหารที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอยา่ งที่ดีในทุก ๆ ดา้น เช่น ดา้นคุณธรรม จริยธรรม ความยุติธรรมและ บุคลิกภาพจะมีผลสูงต่อการยอมรับของบุคลากร ทา ให้เกิดความเชื่อถือศรัทธาต่อการบริหารงาน จน สามารถปฏิบัติตามได้ด้วยความพึงพอใจ มาตรฐานที่9 ร่วมมือกบั ชุมชนและหน่วยงานอื่นอยา่ งสร้างสรรค์ หน่วยงานการศึกษา เป็นองค์หน่ึงที่อยู่ในชุมชนและเป็นส่วนหน่ึงของระบบสังคม ซ่ึงมี องค์กรอื่น ๆ เป็นองค์ประกอบ ทุกหน่วยงานมีหน้าที่ร่วมมือกันพฒั นาสังคมตามบทบาทหน้าที่ ผบู้ริหารสถานศึกษาเป็นบุคลากรที่ส าคญั ของสังคมหรือชุมชน ที่จะช้ีนา แนวทางการพฒั นาสังคมให้ เจริญก้าวหน้าตามทิศทางที่ตอ้งการ ผูบ้ ริหารมืออาชีพตอ้งร่วมกบั ชุมชนและหน่วยงานอื่นในการ เสนอแนวทางปฏิบตัิแนะนา ปรับปรุงการปฏิบตัิและแกป้ ัญหาของชุมชนหรือหน่วยงานอื่น เพื่อให้ เกิดผลดีต่อสังคมส่วนรวม ในลักษณะร่วมคิด ร่วมวางแผนและร่วมปฏิบตัิด้วยความเต็มใจ เต็ม ความสามารถ พร้อมท้ังยอมรับความสามารถ รับฟังความคิดเห็นและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นใช้ ความสามารถของตนอยา่ งเตม็ศกัยภาพ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยและการร่วมมือกนั ใน สังคม นา ไปสู่การยอมรับและศรัทธาอยา่ งภาคภูมิใจ 21 มาตรฐานที่10 แสวงหาและใชข้อ้มูลข่าวสารในการพฒั นา ความประทับใจของผูร้่วมงานที่มีต่อผูบ้ ริหารองค์กรอย่างหน่ึง คือ ความเป็นผูร้อบรู้ ทนั สมยัทนั โลก รู้อย่างกวา้งขวางและมองไกล ผูบ้ ริหารมืออาชีพจึงตอ้งติดตามการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดข้ึนในโลกทุก ๆ ด้าน จนสามารถสนทนากบั ผูอ้ื่นด้วยข้อมูลข่าวสารที่ทนั สมยั และน าข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่ไดร้ับมาใช้ในการพฒั นางานและผูร้่วมงาน การตื่นตวั การรับรู้และการมีขอ้ มูลข่าว สารสนเทศเหล่าน้ีนอกจากเป็นประโยชน์ต่องานพฒั นาแล้ว ยงันา มาซ่ึงการยอมรับและความรู้สึก เชื่อถือของผรู้่วมงาน อนั เป็นเงื่อนไขเบ้ืองตน้ ที่จะนา ไปสู่การพฒั นาที่ลึกซ้ึงต่อเนื่องต่อไป มาตรฐานที่ 11 เป็ นผู้น าและสร้างผู้น า ผู้บริหารมืออาชีพ สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้วยการพูดน า ปฏิบัติน า และจัดระบบงานให้ สอดคลอ้งกบัวฒั นธรรม โดยการให้รางวลัแก่ผทู้ี่ไดท้ า งานไดส้ าเร็จแลว้ จนนา ไปสู่การพฒั นาตนเอง คิดไดเ้อง ตดัสินใจไดเ้อง พฒั นาไดเ้องของผรู้่วมงานทุกคน ผบู้ริหารมืออาชีพจึงตอ้งแสดงออกอยา่ ง ชัดเจนและสม่า เสมอ เกี่ยวกบั วฒั นธรรมองค์กร เพื่อให้ผูร้่วมงานมีความมนั่ ใจในการปฏิบตัิจน สามารถเลือกการกระทา ที่สอดคลอ้งกบั วฒั นธรรม แสดงออกและชื่นชมไดด้ว้ยตนเอง ผูบ้ ริหารจึง ตอ้งสร้างความรู้สึกประสบความส าเร็จให้แก่บุคลากรทุกคน จนเกิดภาพความเป็นผนู้ า ในทุกระดบั นา ไปสู่องคก์รแห่งการเรียนรู้อยา่ งแทจ้ริง มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสในการพัฒนาได้ทุกสถานการณ์ การพฒั นาองคก์รใหก้า้วหนา้อยา่ งยงั่ ยนื สอดคลอ้งกบัความกา้วหนา้ของโลกที่เปลี่ยนแปลง ไปอย่างไม่หยุดย้งั ผู้บริหารจ าเป็ นต้องรู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลง สามารถปรับงานให้ทนั ต่อการ เปลี่ยนแปลงและสามารถจดัการกบัการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ใหส้อดคลอ้ง สมดุลและเสริมสร้างซ่ึงกนั และกนั ผูบ้ ริหารมืออาชีพจึงตอ้งตื่นตวัอยเู่สมอ มองเห็นการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรอบดา้น รวมท้งัการ เปลี่ยนแปลงในอนาคต และกล้าที่จะตดัสินใจดา เนินการเพื่อผลในอนาคต อยา่ งไรก็ตาม การรู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลงน้ียอ
    ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2019-09-05 20:10:29 น.


โรงเรียนบ้านต้อนเหนือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2 โทรศัพท์: 042-470169 อีเมล์: kosit08@hotmail.com
เว็บมาสเตอร์:: วรรณพร มานิปาน โทรศัพท์: 0986575929 อีเมล์: manipan@nongkhai2.go.th
Ⓒ EMIS WEB CMS V.1 กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
พัฒนาระบบโดย:: นายสัมพันธ์ พันธ์พิมพ์ DLICT สพป.หนองคาย เขต 2 [ติดต่อทีมพัฒนา]