โรงเรียนบ้านท่าข้าม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1
 


  • กรอกเลข ปชช.13หลัก

  • ประวัติโรงเรียน
  •                โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒  นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”

    โรงเรียนบ้านท่าข้าม  เปิดเรียนครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑  เดือน สิงหาคม  พ.ศ. ๒๔๖๒ 

    นายหมวก  สุดเพชรโรจน์  เป็นครูใหญ่คนแรก มีนักเรียน ชาย ๒๘  คน นักเรียน หญิง ๑๕ คน

    รวมทั้งสิ้น  ๔๓  คน  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ - ๔ ใช้อาคารเรียนชั่วคราว

              เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖  หมื่นวินิจ  กำนันตำบลท่าข้าม  ได้จัดการปลูกสร้างอาคารเรียนขึ้น ๑ หลัง 

    ในพื้นที่ หมู่ที่๑  ตำบลท่าข้าม  ในบริเวณที่ทำการสอนอยู่เดิม  หมื่นวินิจ  ลาออกจากตำแหน่งกำนันตำบลท่าข้าม  ขุนรักษ์ธุระราษฎร์  ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าข้าม คนใหม่และได้ทำการปลูกสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ ให้ชื่อโรงเรียนว่า  “โรงเรียนประชาบาลตำบลท่าข้าม”

              พ.ศ. ๒๔๘๐  ได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการให้สร้างอาคารเรียนใหม่ในที่ดินบริเวณปัจจุบัน จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘  อาคารหลังเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงได้ขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า แล้วได้ปลูกอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น โดยราษฎรร่วมกันสละเงินส่วนตัว จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  และให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น  “โรงเรียนบ้านท่าข้าม”


    ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2019-07-23 09:43:34 น.
  • ผู้อำนวยการโรงเรียน

  • นายประพันธ์ เสาะสุวรรณ
  • แนะนำบุคลากร

  • นางสาวนิภาพร อินธุระ

  • นายจรัญ วิเชียรรัตน์







สถิติการเข้าเยี่ยมชม

2,125
เริ่มนับ 18 เมษายน 2557



โรงเรียนบ้านท่าข้าม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1 โทรศัพท์: 0-7349-9021 อีเมล์: krukrit_12@hotmail.com
เว็บมาสเตอร์:: นายกฤษฎา บุญถาวร โทรศัพท์: 0898786927 อีเมล์: krukrit_12@hotmail.com
Ⓒ EMIS WEB CMS V.1 กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
พัฒนาระบบโดย:: นายสัมพันธ์ พันธ์พิมพ์ DLICT สพป.หนองคาย เขต 2 [ติดต่อทีมพัฒนา]