เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เรื่อง ผลของการใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัย
นางมัณฑนา โฮ้หนู ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพร เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

ชื่อเรื่อง   ผลของการใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพร

 

ผู้วิจัย       นางมัณฑนา  โฮ้หนู

ปีที่วิจัย     ปีการศึกษา 2561

 

บทคัดย่อ

 

ผลของการใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพร มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพรให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2.เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการมีสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 1 ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพร 3.เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการมีสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ระหว่างเพศชายและเพศหญิงหลังการทํากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพรภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561  ได้มาโดยการเลือกแบบสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) จำนวน 1 ห้องเรียน เด็กปฐมวัย 15 คน   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีดังนี้ 1. ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สําหรับเด็ก ปฐมวัยชั้นปีที่ 1 จํานวน  12 กิจกรรม  2. แบบสังเกตพฤติกรรมการมีสมาธิของเด็กปฐมวัย  3. แผนการใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที (t–test) 

 

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 1 ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชมภูพร มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.56/82.71 และมีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ .69 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้   

2. เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1 ที่ได้รับการฝึกโดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีพฤติกรรม การมีสมาธิดีขึ้นกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1  เพศชายและเพศหญิง ที่ได้รับการฝึกโดยใช้กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์มีพฤติกรรมการมีสมาธิหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  โดยเพศหญิงมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการมีสมาธิสูงกว่าเพศชาย

 

  ไฟล์ประกอบ
บทคัดย่อ
ส่งข่าวโดย :   เมื่อวันที่ : 29 พฤศจิกายน 2562 15.10 น. เปิดอ่าน: 99 ครั้ง ไอพี:: 1.1.132.124 [ปิดหน้าต่าง]
Comments with Facebook
5 ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกัน
ผลการใช้กิจกรรมการแก้ปัญหา ต่อการพัฒนาความสามารถการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทักษะการค [24 กุมภาพันธ์ 2563 16.36 น.] [อ่าน 86 ครั้ง]
การแก้ปัญหาการจำแจกการสร้างคำในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 [23 กุมภาพันธ์ 2563 20.57 น.] [อ่าน 60 ครั้ง]
การพัฒนาความสามารถการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะประกอบการจัดกิจกรรมการเร [23 กุมภาพันธ์ 2563 13.42 น.] [อ่าน 80 ครั้ง]
รายงานการใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมื [23 กุมภาพันธ์ 2563 13.17 น.] [อ่าน 70 ครั้ง]
ผลการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่องอาหารกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิท [23 กุมภาพันธ์ 2563 13.15 น.] [อ่าน 69 ครั้ง]
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการศึกษา 
กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Ⓒ Copyright 2017 พัฒนาระบบโดย:: นายสัมพันธ์ พันธ์พิมพ์ ITEC สพป.หนองคาย เขต 2 [ติดต่อทีมพัฒนา]