โรงเรียนบ้านหนองปรือ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
 


  • มาตรฐานการปฏิบัติงาน
  • มาตรฐานการปฏิบัติงาน

     

                ประกอบด้วยมาตรฐาน ๓ ด้าน คือ มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน (จรรยาบรรณของวิชาชีพ)

                โดยจรรยาบรรณของวิชาชีพได้มีการกำหนดแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อประมวลพฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างของการประพฤติปฏิบัติ ประกอบด้วย พฤติกรรมที่พึงประสงค์ และพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์


     

    . มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

     

    มาตรฐานความรู้

    มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ

    มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า  หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ ดังต่อไปนี้

    ๑) ความเป็นครู

    ๒) ปรัชญาการศึกษา

    ๓) ภาษาและวัฒนธรรม

    ๔) จิตวิทยาสําหรับครู

    ๕) หลักสูตร

    ๖) การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน

    ๗) การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

    ๘) นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

    ๙) การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้

    ๑๐) การประกันคุณภาพการศึกษา

    ๑๑) คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ

    ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากําหนด ดังต่อไปนี้

    ๑) การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน

    ๒) การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ

     

                .๑ มาตรฐานความรู้

    มาตรฐานความรู้

    สาระความรู้

    สมรรถนะ

    ๑.ความเป็นครู

     

    (๑) สภาพงานครู คุณลักษณะ และมาตรฐานวิชาชีพครู

    (๒) การปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นครู

    (๓) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครูและวิชาชีพครู

    (๔) การจัดการความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพครู

    (๕) การสร้างความก้าวหน้าและพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง

     

    (๑) รอบรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอนและกลยุทธ์การสอน เพื่อให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์

    สังเคราะห์ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้

    (๒) แสวงหาและเลือกใช้ข้อมูลข่าวสารความรู้เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

    (๓) ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียนที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน

    (๔) มีจิตวิญญาณความเป็นครู

     

    ๒. ปรัชญาการศึกษา

     

    (๑) ปรัชญา แนวคิด และทฤษฎีทางการศึกษา ศาสนา เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม

    (๒) แนวคิด และกลวิธีการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน

     

    (๑) ประยุกต์ใชเ้พื่อพัฒนาสถานศึกษา

    (๒) วิเคราะห์เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

     

    ๓. ภาษาและวัฒนธรรม

     

    (๑) ภาษาและวัฒนธรรมไทยเพื่อการเป็นครู

    (๒) ภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู

     

    (๑) สามารถใช้ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ เพื่อการสื่อความหมายอย่างถูกต้อง

    (๒) ใช้ภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

     

    ๔. จิตวิทยาสําหรับครู

     

    (๑) จิตวิทยาพื้นฐานและจิตวิทยาพัฒนาการของมนุษย์

    (๒) จิตวิทยาการเรียนรู้และจิตวิทยาการศึกษา

    (๓) จิตวิทยาการแนะแนวและการให้คําปรึกษา

     

    (๑) สามารถให้คําแนะนําช่วยเหลือผู้เรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    (๒) ใช้จิตวิทยาเพื่อความเข้าใจและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ

     

    ๕. หลักสูตร

     

    (๑) หลักการ แนวคิดในการจัดทําหลักสูตร

    (๒) การนําหลักสูตรไปใช้

    (๓) การพัฒนาหลักสูตร

     

     

    (๑) วิเคราะห์หลักสูตรและสามารถจัดทําหลักสูตรได้

    (๒) ปฏิบัติการประเมินหลักสูตรและนําผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร

     

     

    มาตรฐานความรู้

    สาระความรู้

    สมรรถนะ

    ๖. การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน

     

    (๑) หลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทําแผนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้

    (๒) ทฤษฎีและรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาได้

    (๓) การบูรณาการการเรียนรู้แบบเรียนรวม

    (๔) การจัดการชั้นเรียน

    (๕) การพัฒนาศูนย์การเรียนในสถานศึกษา

     

    (๑) สามารถจัดทําแผนการเรียนรู้และนําไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง

    (๒) สามารถสร้างบรรยากาศการจัดการชั้นเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

     

    ๗. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

     

    (๑) หลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติในการวิจัย

    (๒) การใช้และผลิตงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

     

    (๑) สามารถนําผลการวิจัยไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน

    (๒) สามารถทําวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน

     

    ๘. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

     

    (๑) หลักการ แนวคิด การออกแบบ การประยุกต์ใช้ และการประเมินสื่อ นวัตกรรม

    เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้

    (๒) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร

     

    (๑) ประยุกต์ใช้ และประเมินสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้

    (๒) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร

     

    ๙. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

     

    (๑) หลักการ แนวคิด และแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน

    (๒) ปฏิบัติการวัดและการประเมินผล

     

    (๑) สามารถวัดและประเมินผลได้

    (๒) สามารถนําผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน

     

    ๑๐. การประกันคุณภาพการศึกษา

     

    (๑) หลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพการศึกษา

    (๒) การประกันคุณภาพการศึกษา

     

    (๑) สามารถจัดการคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้

    อย่างต่อเนื่อง

    (๒) สามารถดําเนินการจัดกิจกรรมประเมินคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้

    ๑๑. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ

     

    (๑) หลักธรรมาภิบาล และความซื่อสัตย์สุจริต (๒) คุณธรรม และจริยธรรมของวิชาชีพครู (๓) จรรยาบรรณของวิชาชีพที่คุรุสภากําหนด

    (๑) ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีจิตสํานึกสาธารณะ และเสียสละให้สังคม

    (๒) ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ

              .๒ มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพครู

     

    มาตรฐานประสบการณ์

    วิชาชีพครู

    สาระการฝึก

    สมรรถนะ

    ๑๒. การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 

    (๑) การสังเกตการจัดการเรียนรู้

    (๒) การจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสร้างความรู้ดว้ ยตนเอง

    (๓) การทดลองสอนในสถานการณ์จําลอง และสถานการณ์จริง

    (๔) การออกแบบทดสอบ ข้อสอบหรือเครื่องมือวัดผล

    (๕) การตรวจข้อสอบ การให้คะแนน และการตัดสินผลการเรียน

    (๖) การสอบภาคปฏิบัติและการให้คะแนน

    (๗) การวิจัยแก้ปัญหาผู้เรียน

    (๘) การพัฒนาความเป็นครูมืออาชีพ

     

    (๑) สามารถจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อจุดประสงค์การสอนที่หลากหลาย

    (๒) สามารถปฏิบัติการสอน ออกแบบทดสอบ วัดและประเมินผลผู้เรียน

     

    ๑๓. การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ

    (๑) การปฏิบัติการสอนวิชาเอก

    (๒) การวัดและประเมินผล และนําผลไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน

    (๓) การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน

    (๔) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือแบ่งปันความรู้ในการสัมมนาการศึกษา

     

    (๑) สามารถจัดการเรียนรู้ในสาขาวิชาเอก (๒) สามารถประเมิน ปรับปรุง และศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน

    (๓) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

     

     

     

    . มาตรฐานการปฏิบัติงาน

     

                มาตรฐานที่ ๑ ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ

    หมายถึง การศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนาตนเอง การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ และการเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการที่องค์การหรือหน่วยงาน หรือสมาคมจัดขึ้น เช่น การประชุม การอบรม การสัมมนา และการประชุมปฏิบัติการ เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีผลงานหรือรายงานที่ปรากฏชัดเจน

     
                    มาตรฐานที่ ๒ ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้เรียน

    หมายถึง การเลือกอย่างชาญฉลาด ด้วยความรัก และหวังดีต่อผู้เรียน ดังนั้น ในการเลือกกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมอื่น ๆ ครูต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดแก่ผู้เรียนเป็นหลัก


                            มาตรฐานที่ ๓ มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ

    หมายถึง การใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถของครูที่จะให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ให้มากที่สุด ตามความถนัด ความสนใจ ความต้องการ โดยวิเคราะห์วินิจฉัยปัญหาความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนที่จะให้ได้ผลดีกว่าเดิม รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคนอย่างเป็นระบบ


                    มาตรฐานที่ ๔ พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง

    หมายถึง การเลือกใช้ ปรับปรุง หรือสร้างแผนการสอน บันทึกการสอน หรือเตรียมการสอนในลักษณะอื่น ๆ ที่สามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้


                    มาตรฐานที่ ๕ พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

    หมายถึง การประดิษฐ์ คิดค้น ผลิต เลือกใช้ ปรับปรุงเครื่องมืออุปกรณ์ เอกสารสิ่งพิมพ์ เทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ของการเรียนรู้


                    มาตรฐานที่ ๖ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้เรียน

    หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการแสวงหาความรู้ ตามสภาพความแตกต่างของบุคคลด้วยการปฏิบัติจริง และสรุปความรู้ทั้งหลายได้ด้วยตนเองก่อให้เกิดค่านิยมและนิสัยในการปฏิบัติจนเป็นบุคลิกภาพถาวรติดตัวผู้เรียนตลอดไป


                    มาตรฐานที่ ๗ รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ

    หมายถึง การรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนที่เกิดจากการปฏิบัติการเรียนการสอนให้ครอบคลุมสาเหตุ ปัจจัย และการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง โดยครูนำเสนอรายงานการปฏิบัติในรายละเอียด ดังนี้

                ๑) ปัญหาความต้องการของผู้เรียนที่ต้องได้รับการพัฒนา และเป้าหมายของการพัฒนาผู้เรียน
                ๒) เทคนิค วิธีการ หรือนวัตกรรมการเรียนการสอนที่นำมาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน และขั้นตอนวิธีการใช้เทคนิควิธีการหรือนวัตกรรมนั้น ๆ
                ๓) ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามวิธีการที่กำหนด ที่เกิดกับผู้เรียน
                ๔) ข้อเสนอแนะแนวทางใหม่ ๆ ในการปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

                    มาตรฐานที่ ๘ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน

    หมายถึง การแสดงออกการประพฤติและปฏิบัติในด้านบุคลิกภาพทั่วไป การแต่งกาย กิริยา วาจา และจริยธรรมที่เหมาะสมกับความเป็นครูอย่างสม่ำเสมอ ที่ทำให้ผู้เรียนเลื่อมใสศรัทธา และถือเป็นแบบอย่าง


                    มาตรฐานที่ ๙ ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์

    หมายถึง การตระหนักถึงความสำคัญ รับฟังความคิดเห็น ยอมรับในความรู้ความสามารถ ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ของเพื่อนร่วมงานด้วยความเต็มใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสถานศึกษา และร่วมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น


                    มาตรฐานที่ ๑๐ ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์

    หมายถึง การตระหนักถึงความสำคัญ รับฟังความคิดเห็น ยอมรับในความรู้ความสามารถ ของบุคคลอื่นในชุมชน และร่วมมือปฏิบัติงานเพื่อพัฒนางานของสถานศึกษา ให้ชุมชนและสถานศึกษามีการยอมรับซึ่งกันและกัน และปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความเต็มใจ

                    มาตรฐานที่ ๑๑ แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา

    หมายถึง การค้นหา สังเกต จดจำ และรวบรวมข้อมูลข่าวสารตามสถานการณ์ของสังคมทุกด้าน โดยเฉพาะสารสนเทศเกี่ยวกับวิชาชีพครู สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล และใช้ข้อมูลประกอบการแก้ปัญหา พัฒนาตนเอง พัฒนางาน และพัฒนาสังคมได้อย่างเหมาะสม


                    มาตรฐานที่ ๑๒ สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์

    หมายถึง การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้โดยการนำเอาปัญหาหรือความจำเป็นในการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเรียนและการจัดกิจกรรมอื่นๆ ในโรงเรียนมากำหนดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาของผู้เรียนที่ถาวร เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของครูอีกแบบหนึ่งที่จะนำเอาวิกฤติต่างๆ มาเป็นโอกาส ในการพัฒนา ครูจำเป็นต้องมองมุมต่างๆ ของปัญหาแล้วผันมุมของปัญหาไปในทางการพัฒนา กำหนดเป็นกิจกรรมในการพัฒนาของผู้เรียน ครูจึงต้องเป็นผู้มองมุมบวกในสถานการณ์ต่างๆ ได้ กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มีสติในการแก้ปัญหา มิได้ตอบสนองปัญหาต่างๆ ด้วยอารมณ์หรือแง่มุมแบบตรงตัว ครูสามารถมองหักมุมในทุกๆ โอกาส มองเห็นแนวทางที่นำสู่ผลก้าวหน้าของผู้เรียน
     

    . มาตรฐานการปฏิบัติตน (จรรยาบรรณของวิชาชีพ)

     

    จรรยาบรรณต่อตนเอง

     

                ๑. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ 


    จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ

                ๒. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ


    จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ

                ๓. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า

                ๔. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
                ๕. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
                ๖. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการ
                ๗. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ

     

     

     

    จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ

                ๘. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ


    จรรยาบรรณต่อสังคม

                ๙. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

     

    การจำแนกพฤติกรรมที่พึง/ไม่พึงประสงค์

     

    จรรยาบรรณต่อตนเอง
                ๑. ครูต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ โดยต้องประพฤติและละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     

    พฤติกรรมที่พึงประสงค์

    พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

    (๑)  ประพฤติตนเหมาะสมกับสถานภาพและเป็นแบบอย่างที่ดี

    (๒)  ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตตามประเพณีและวัฒนธรรมไทย

    (๓)  ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  ให้สำเร็จอย่างมีคุณภาพตามเป้าหมายที่กำหนด

    (๔)  ศึกษา หาความรู้ วางแผนพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และสะสมผลงานอย่างสม่ำเสมอ

    (๕)  ค้นคว้า แสวงหา และนำเทคนิคด้านวิชาชีพ ที่พัฒนาและก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับมาใช้แก่ศิษย์และผู้รับบริการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่พึงประสงค์

    (๑)  เกี่ยวข้องกับอบายมุขหรือเสพสิ่งเสพติดจนขาดสติหรือแสดงกิริยาไม่สุภาพเป็นที่น่ารังเกียจในสังคม

    (๒)  ประพฤติผิดทางชู้สาวหรือมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ

    (๓)  ขาดความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้น ความเอาใจใส่ จนเกิดความเสียหายในการปฏิบัติงานตามหน้าที่

    (๔)  ไม่รับรู้หรือไม่แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ในการ จัดการเรียนรู้ และการปฏิบัติหน้าที่

    (๕)  ขัดขวางการพัฒนาองค์การจนเกิดผลเสียหาย


     

     

     

     

     

     

     

     

    จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
                ๒. ครูต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ โดยต้องประพฤติและละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้
     

    พฤติกรรมที่พึงประสงค์

    พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

    (๑)  แสดงความชื่นชมและศรัทธาในคุณค่าของวิชาชีพ

    (๒)  รักษาชื่อเสียงและปกป้องศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ

    (๓)  ยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานในวิชาชีพ ให้สาธารณชนรับรู้

    (๔)  อุทิศตนเพื่อความก้าวหน้าของวิชาชีพ

    (๕)  ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ  ซื่อสัตย์สุจริตตามกฎ  ระเบียบ  และแบบแผนของทางราชการ

    (๖)  เลือกใช้หลักวิชาที่ถูกต้อง  สร้างสรรค์เทคนิค วิธีการใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาวิชาชีพ

    (๗)  ใช้องค์ความรู้หลากหลายในการปฏิบัติหน้าที่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสมาชิกในองค์การ

    (๘)  เข้าร่วมกิจกรรมของวิชาชีพหรือองค์กรวิชาชีพอย่างสร้างสรรค์

    (๑)  ไม่แสดงความภาคภูมิใจในการประกอบวิชาชีพ

    (๒)  ดูหมิ่น  เหยียดหยาม ให้ร้ายผู้ร่วมประกอบวิชาชีพศาสตร์ในวิชาชีพ หรือองค์กรวิชาชีพ

    (๓)  ประกอบการงานอื่นที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

    (๔)  ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่รับผิดชอบ หรือไม่ปฏิบัติตามกฎ  ระเบียบ หรือแบบแผนของทางราชการจนก่อให้เกิดความเสียหาย

    (๕)  คัดลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน

    (๖)  ใช้หลักวิชาการที่ไม่ถูกต้องในการปฏิบัติวิชาชีพส่งผลให้ศิษย์หรือผู้รับบริการเกิดความเสียหาย

    (๗)  ใช้ความรู้ทางวิชาการ  วิชาชีพ  หรืออาศัย องค์กรวิชาชีพแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ


    จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
                ๓. ครูต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
                ๔. ครูต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ  ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
                ๕. ครูต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
                ๖. ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการ
                ๗. ครูต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์ จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ

                โดยต้องประพฤติและละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     

     

     

     

     

     

     

    พฤติกรรมที่พึงประสงค์

    พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

    (๑)  ให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือศิษย์และผู้รับบริการด้วยความเมตตากรุณาอย่างเต็มกำลังความสามารถและเสมอภาค

    (๒)  สนับสนุนการดำเนินงานเพื่อปกป้องสิทธิเด็กเยาวชน  และผู้ด้อยโอกาส

    (๓)  ตั้งใจ เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ศิษย์และผู้รับบริการได้รับการพัฒนาตามความสามารถ  ความถนัด และความสนใจของแต่ละบุคคล

    (๔)  ส่งเสริมให้ศิษย์และผู้รับบริการสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองจากสื่อ อุปกรณ์ และ แหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย

    (๕)  ให้ศิษย์และผู้รับบริการ มีส่วนร่วมวางแผนการเรียนรู้  และเลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม กับตนเอง

    (๖)  เสริมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ศิษย์และผู้รับบริการด้วยการรับฟังความคิดเห็น ยกย่อง ชมเชย และให้กำลังใจอย่างกัลยาณมิตร

    (๑)  ลงโทษศิษย์อย่างไม่เหมาะสม

    (๒)  ไม่ใส่ใจหรือไม่รับรู้ปัญหาของศิษย์หรือผู้รับบริการจนเกิดผลเสียหายต่อศิษย์หรือผู้รับบริการ

    (๓)  ดูหมิ่นเหยียดหยามศิษย์หรือผู้รับบริการ

    (๔)  เปิดเผยความลับของศิษย์หรือผู้รับบริการเป็นผลให้ได้รับความอับอายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

    (๕)  จูงใจ โน้มน้าว ยุยงส่งเสริมให้ศิษย์หรือผู้รับบริการปฏิบัติขัดต่อศีลธรรมหรือกฎระเบียบ

    (๖)  ชักชวนใช้จ้างวานศิษย์หรือผู้รับบริการให้จัดซื้อ จัดหาสิ่งเสพติดหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุข

    (๗) เรียกร้องผลตอบแทนจากศิษย์หรือผู้รับบริการในงานตามหน้าที่ที่ต้องให้บริการ

     

     

    จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
                ๘. ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ โดยพึงประพฤติและละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     

    พฤติกรรมที่พึงประสงค์

    พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

    (๑)  เสียสละ เอื้ออาทร และให้ความช่วยเหลือผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ

    (๒)  มีความรัก ความสามัคคี  และร่วมใจกันผนึกกำลังในการพัฒนาการศึกษา

     

    (๑)  ปิดบังข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติงาน จนทำให้เกิดความเสียหายต่องานหรือผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ

    (๒)  ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยตำหนิ ให้ร้ายผู้อื่นในความบกพร่องที่เกิดขึ้น

    (๓)  สร้างกลุ่มอิทธิพลภายในองค์การหรือกลั่นแกล้ง ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพให้เกิดความเสียหาย

    (๔)  เจตนาให้ข้อมูลเท็จทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเกิดความเสียหายต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ

    (๕)  วิพากษ์  วิจารณ์ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพในเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือแตกความสามัคคี


    จรรยาบรรณต่อสังคม
                ๙. ครูพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยพึงประพฤติและละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     

    พฤติกรรมที่พึงประสงค์

    พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

    (๑)  ยึดมั่น สนับสนุน และส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    (๒)  นำภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมมาเป็นปัจจัยในการจัดการศึกษาให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

    (๓)  จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ศิษย์เกิดการเรียนรู้และสามารถดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

    (๔)  เป็นผู้นำในการวางแผนและดำเนินการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพัฒนาเศรษฐกิจ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม

    (๑)  ไม่ให้ความร่วมมือหรือสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนที่จัดเพื่อประโยชน์ต่อการศึ

     


    ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2020-07-14 11:00:04 น.

โรงเรียนบ้านหนองปรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 โทรศัพท์: 0868731029 อีเมล์: nongprue3101007@gmail.com
เว็บมาสเตอร์:: นางจิราภรณ์ ปะระทัง โทรศัพท์: 0879669514 อีเมล์: jijiza25282528@gmail.com
Ⓒ EMIS WEB CMS V.1 กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
พัฒนาระบบโดย:: นายสัมพันธ์ พันธ์พิมพ์ DLICT สพป.หนองคาย เขต 2 [ติดต่อทีมพัฒนา]