โรงเรียนบ้านเมืองยาง (เอี่ยมโอภาสประชานุกูล)
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
 


  • ผลงานนักเรียน
  • ผลงานนักเรียนปีนี้

  • ผลงานคุณครู
  • ผลงานคุณครู

  • ผลงานโรงเรียน
  • ผลงานโรงเรียน

  • ประวัติโรงเรียน
  •                 โรงเรียนบ้านเมืองยาง  ตั้งเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2479 โดยพันตรีหลวงยุทธกาจ   กำธร นายอำเภอนางรองเป็นผู้จัดตั้ง  มีพระหมวดกลด  ละเอียด เป็นครูใหญ่คนแรก  ปีการศึกษา  2537 ทางการได้อนุญาตให้เปิดทำการสอนระดับก่อนประถมศึกษาขึ้น 1 ห้องเรียน (ชั้นเด็กเล็กเดิม) เป็นอนุบาล 2  ปีการศึกษา  2540 ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมมีการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา  มี  3  ภาคเรียน เป็น 2 ภาคเรียนเป็นปีแรก  วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ผู้บริหารโรงเรียนได้เลื่อนตำแหน่งจาก อาจารย์ใหญ่ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนตามเกณฑ์คุณภาพ  วันที่  7  กรกฎาคม พ.ศ. 2546   มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผลให้โรงเรียนเข้าสู่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์เขต  1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ

                    บ้านเมืองยางจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 เมื่อประมาณ  100  ปีมาแล้ว ประชากรส่วนใหญ่อพยพมาจากบ้านสะแกโพรง  อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  โดยตั้งชื่อว่า  บ้านตาเตน  ตามชื่อคนที่ตั้งหมู่บ้านเป็นคนแรก  ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2479  พันตรีหลวงยุทธกาจ  กำธร  ซึ่งเป็นนายอำเภอในขณะนั้น (อำเภอนางรอง) ได้มาที่บ้านตาเตน  เห็นต้นยางมีเป็นจำนวนมาก  จึงให้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “บ้านเมืองยาง” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

                อาชีพ

                อาชีพของประชากรส่วนใหญ่  ประมาณร้อยละ 75  มีอาชีพทำนา  ประมาณร้อยละ 25  ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป  สภาพการประกอบอาชีพเป็นไปตามธรรมชาติ  การทำนาไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่อำนวย  สิ่งแวดล้อมมีความแปรปรวนสูง  ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล  บางทีน้ำก็มากบางทีน้ำก็น้อย  จนทำให้ไร่นาเสียหาย  ฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่จึงยากจน  พอถึงฤดูหลังจากการเก็บเกี่ยว  ผู้ปกครองจะอพยพไปหางานทำที่ต่างจังหวัดเกือบทั้งหมู่บ้าน (งานส่วนใหญ่จะเป็นประเภทใช้แรงงานในการก่อสร้าง)  เด็กนักเรียนส่วนใหญ่จึงอาศัยอยู่กับปู่  ย่า  ตา  ยาย  ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยชราภาพ  นำมาซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการศึกษาในโรงเรียนในหลายๆ ด้าน  ทำให้ขาดคุณภาพ  จัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้ไม่เท่าที่ควร  เกิดความยุ่งยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

               ปัจจุบันได้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางด้านการเกษตรกรรม  คือ  โรงเรียนแก้จนแบบคนบุรีรัมย์  ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาล  ได้จัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการการเกษตรทุกชนิด  เช่น  เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ พืชผักสวนครัว  ตลอดจนสนับสนุนพันธุ์พืชให้กับเกษตรกรอีกด้วย

                ภาษา

                 ที่ใช้สื่อสารในหมู่บ้านเขตบริการทั้ง  3  หมู่บ้าน  คือ  ภาษาท้องถิ่นเขมร  เป็นภาษาหลักในการสื่อสาร  มีถึงประมาณร้อยละ  98  นอกนั้นเป็นภาษาท้องถิ่น  ลาว และภาษาส่วย  โดยธรรมชาติของภาษาเขมรนั้นจะมีความแตกต่างจากภาษาไทยโดยสิ้นเชิง  จึงทำให้เกิดปัญหาในด้านภาษาสำหรับครูผู้สอนพอสมควร  จำเป็นต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กระดับก่อนประถมศึกษาในด้านนี้เป็นกรณีพิเศษ        

                    ลักษณะภูมิประเทศ

                    บ้านเมืองยางมีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ดอนสลับกันไป  มีสวนป่าสาธารณะประมาณ 1,000  ไร่ ราษฎรอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล  เพื่อใช้ในการทำนา  ทำไร่  ทำสวน  มีแหล่งน้ำที่สำคัญไหลผ่าน  คือ  ลำปะเทีย  เป็นแหล่งน้ำที่อุดมไปด้วยปลาชนิดต่างๆ ถือเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของประชากรในหมู่บ้าน

                  อาณาเขตของหมู่บ้าน

              ทิศเหนือ         :   อาณาเขตติดต่อกับบ้านส้มป่อย และลำห้วยปะเทีย

              ทิศตะวันออก    :   อาณาเขตติดต่อกับบ้านประคอง และลำห้วยปะเทีย

              ทิศใต้             :   อาณาเขตติดต่อกับบ้านตาเก็ม

              ทิศตะวันตก      :   อาณาเขตติดต่อบ้านตาเตน และลำห้วยลำนางรอง

                แหล่งน้ำในหมู่บ้าน

    1)  แหล่งน้ำตามธรรมชาติ  คือ  ลำปะเทีย  ไหลผ่านท้องที่ตำบลเมืองยาง  ตำบลโคกสนวน และตำบล

    หนองปล่อง  ดังคำขวัญของอำเภอชำนิที่ว่า  “เมืองสามลำห้วย  มากด้วยปลาเค้า  ข้าวขาวมะลิ  หลวงพ่อชำนิจศักดิ์สิทธิ์”

    2)  สระน้ำสาธารณะของหมู่บ้านเมืองยาง  เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่มีน้ำขังตลอดปี  อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน  ปัจจุบันมีการพัฒนาขุดลอกหนองน้ำ  เพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดปราศจากมลภาวะเป็นพิษ

                    ทรัพยากรธรรมชาติ

             เป็นแหล่งที่มีที่สาธารณะประโยชน์  ประมาณ 1,000  ไร่  เหมาะที่จะเป็นทำเลในการเลี้ยงสัตว์  ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นที่ตั้งของส่วนราชการ  คือ  องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองยาง และศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์ (ศูนย์เพาะพันธุ์เนื้อเยื่อ) โดยกระทรวงเกษตรฯ  รัฐบาลไทยจัดตั้งขึ้น  เพื่อการอนุรักษ์บำรุงรักษาไม่ให้ประชาชนบุกรุกที่ดินดังกล่าว และปัจจุบันศูนย์เพาะพันธุ์เนื้อเยื่อได้พัฒนาเป็นสถานที่ทดลอง และศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเกษตรกรรมตามนโยบายของกระทรวงเกษตร  เรียกว่า  “โรงเรียนแก้จนแบบคนบุรีรัมย์”

                   การคมนาคม

                มีเส้นทางในการคมนาคมที่สะดวก  เป็นถนนลาดยางสายหนองปล่อง – กระเดื่อง และสายโคกสูง – เมืองยาง  เป็นเส้นทางที่จะออกไปอำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  ประมาณ  50  กิโลเมตร

             การสื่อสาร

             มีโทรศัพท์สาธารณะ  2  ที่  แต่ในปัจจุบันการสื่อสารก้าวหน้าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้ในการสื่อสาร และที่ทำการไปรษณีย์ประจำตำบล  1   แห่ง

                    ส่วนราชการและสถานที่สำคัญ

    1)  องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองยาง

    2)  วัดบ้านเมืองยาง

    3)  สถานีอนามัยตำบลเมืองยาง

    4)  ศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ (เพาะเลี้ยงพันธุ์พืช) กรมส่งเสริมการเกษตร  กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (โรงเรียนแก้จนแบบคนบุรีรัมย์)

    5)  สำนักงานเกษตรอำเภอชำนิ

    6)  ที่ว่าการอำเภอชำนิ

    7)  สหกรณ์การเกษตรตำบลเมืองยาง

    8)  โรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดตำบลเมืองยาง

    9)  โรงเรียนประถมศึกษาในตำบลเมืองยาง  4  โรงเรียน และโรงเรียนมัธยมศึกษา  1  โรงเรียน

    10)  ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอชำนิ

    11)  ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ตำบลเมืองยาง (2  ศูนย์)

                    ด้านเศรษฐกิจ และสังคม

             เนื่องจากหมู่บ้านเมืองยางเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ห่างจากตัวเมือง และห่างจากถนนสาย  บุรีรัมย์ – นางรอง ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ประมาณ 10  กิโลเมตร ประชากรมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองในด้านการดำรงชีพ ส่วนหนึ่งอพยพไปทำงานต่างท้องถิ่นในช่วงที่ว่างจากการทำนา และอีกส่วนทำการเกษตรพอเพียง โดยมีการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรของตำบล และมีการปลูกผักสวนครัวเสริมรายได้ เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีความเป็นอยู่ดีกินดี จากการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรของตนเอง  ด้วยความสนับสนุนของรัฐบาลมีการช่วยเหลือพัฒนาอาชีพเกษตรกร ด้วยการจัดตั้งโรงเรียนแก้จนแบบคนบุรีรัมย์  เพื่อให้ความรู้ตลอดจนพัฒนาแนวทาง และพันธุ์พืชแก่เกษตรกร และลดปัญหาการอพยพไปทำงานต่างถิ่นเพราะมีการจ้างแรงงานในหมู่บ้านอีกด้วย และทางรัฐบาลได้จัดตั้งให้มีกองทุนหมู่บ้านเพื่อสนับสนุน และพัฒนาอาชีพของประชากร

                    ด้านวัฒนธรรม

             บ้านเมืองยาง เป็นบ้านเก่าแก่มีวัตถุโบราณในหมู่บ้านเมืองยาง และบ้านตาเตน มีคูเก่าแก่ล้อมรอบหมู่บ้าน  และใบเสมาที่ปรากฏเห็นได้หมู่บ้านทั้ง  2 แห่ง มีความเชื่อ และวัฒนธรรมฝังแน่นมาหลายชั่วอายุคนดังนี้

             1)  ความเชื่อวัฒนธรรมด้านศาสนา เชื่อในเรื่องโชคลางการทำบุญไถ่บาป  เช่น  พระครูพระปภัศร์ธรรมมาราม (หลวงพ่อเอี่ยม) เจ้าอาวาสวัดบ้านเมืองยาง  ดูโหราศาสตร์  ฤกษ์ยาม และรดน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

             2)  วัฒนธรรมเซ่นเจ้าพ่อศาลตาปู่  เป็นประเพณีประจำหมู่บ้านที่จัดขึ้นทุกๆ ปี หมู่บ้านในเขตบริการจะมี

    ศาลตาปู่ประจำทั้ง  3  หมู่บ้าน  บวงสรวงเพื่อเป็นสิริมงคล  ทำบุญรดน้ำศาลตาปู่ประจำหมู่บ้านในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี

                          ภูมิปัญญาหมู่บ้าน

                            1) นางเที่ยง   มงคลกูล   อายุ  43  ปี อยู่บ้านเลขที่ 116  หมู่ที่  1 บ้านเมืองยาง  ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเลี้ยงไหม  ทอผ้าไหม

                            2) นายกำธร   ชาญชาติ  อายุ  64 ปี  อยู่บ้านเลขที่  64  หมู่ที่ 1  บ้านเมืองยาง  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้านการถักแห และเครื่องมือจับสัตว์น้ำ

                            3) นายสมพงษ์  อิ่มรัมย์  อายุ  53 ปี  อยู่บ้านเลขที่  73  หมู่ที่ 1  บ้านเมืองยาง  ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไสยศาสตร์  ด้านเป่ายารักษาแขนหัก  งูสวัด  เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน

                            4) นางสำลี   จันทกรณ์  อายุ  48 ปี  อยู่บ้านเลขที่  129  หมู่ที่ 1  บ้านเมืองยาง  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้านทอเสื่อกกใช้ในครอบครัว และขายในชุมชน

                            5) นางจันทร์   โสนาคา  อายุ  45 ปี  อยู่บ้านเลขที่  44  หมู่ที่ 1  บ้านเมืองยาง  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้านทอเสื่อกกใช้ในครอบครัว และขายในชุมชน

                           6)  นายแอ็ด   กุนน้อย  อายุ  63  ปี  อยู่บ้านเลขที่  166  หมู่ที่  1  บ้านเมืองยาง  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้านการจักสานเครื่องจับสัตว์น้ำ

                           7)  นายโชติ   พวงมาลัย  อายุ  51  ปี  อยู่บ้านเลขที่      หมู่ที่  7  บ้านส้มป่อย  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้านการเรียกขวัญนาค

             สภาพปัญหาของหมู่บ้าน

    1)  ปัญหาด้านการคมนาคม   เนื่องจากหมู่บ้านห่างจากถนนสายหลักทั้งสองสาย  สายบุรีรัมย์ – นางรอง ประมาณ  10  ก.ม. และสายกระเดื่อง-หนองปล่อง  เป็นถนนจะมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อการสัญจร ไปมาไม่สะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนสายเมืองยาง – โคกสูง ช่วงบ้านประคองไปบ้านกระโดนฯ 

    2)  ปัญหาด้านแหล่งน้ำ  พื้นที่บริเวณรอบๆ สระน้ำของหมู่บ้าน ยังว่างเปล่า ขาดการจัดการที่ดี  เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรปลูกพืชผักต่างๆ ใช้ในครอบครัว

    ­­3)  ปัญหาที่อยู่อาศัย  ลักษณะการสร้างบ้านเรือน ประมาณร้อยละ  40  อยู่ในสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่  

    4)  ปัญหาด้านผลผลิตทางเกษตรกรรม  เนื่องจากการทำการเกษตรในหมู่บ้านพึ่งน้ำฝนเป็นหลัก ดังนั้นหากปีไหนน้ำฝนอุดมสมบูรณ์ดี  ประชากรก็มีผลผลิตดี และอยู่ดีกินดีตามมา  แต่หากฝนแล้ง หรือน้ำท่วมก็เกิดความเสียหาย

    5)  ปัญหาด้านอพยพไปทำงานในเมือง และต่างประเทศ  ประชากรในหมู่บ้านร้อยละ 70  เดินทางไปทำงานยังเมืองอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดจนไปทำงานที่ต่างประเทศแล้วทิ้งลูก – หลาน ให้อยู่กับปู่ย่าตายาย และไม่กลับมาหรือส่งเงินกลับให้ทางบ้านเลย  ทำให้คนแก่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูไปวันๆ นำมาซึ่งปัญหาอีกหลายๆ ด้านตามมา และส่งผลต่อเรื่องการศึกษาแน่นอน

     


    ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2020-01-02 22:17:50 น.

โรงเรียนบ้านเมืองยาง (เอี่ยมโอภาสประชานุกูล) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 โทรศัพท์: 044-609976 อีเมล์:
เว็บมาสเตอร์:: นายชัยรัตน์ กรุมรัมย์ โทรศัพท์: 0836292633 อีเมล์: chairat4826@gmail.com
Ⓒ EMIS WEB CMS V.1 กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
พัฒนาระบบโดย:: นายสัมพันธ์ พันธ์พิมพ์ DLICT สพป.หนองคาย เขต 2 [ติดต่อทีมพัฒนา]